แหนแดง
โรงงานปุ๋ยไนโตรเจนบนผิวน้ำ
แหนแดง (Azolla) เป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็กที่พบได้ในทุกภาค ซึ่งจะพบในแหล่งน้ำนิ่ง อาทิ บ่อน้ำ บึง พื้นที่ชุ่มน้ำหรือแอ่งที่มีน้ำท่วมขังตลอดปี ทั้งนี้ สามารถสังเกตได้จากผิวแหล่งน้ำมีพืชสีเขียวลอยบนผิวน้ำ แต่ขณะต้นยังเล็กหากมองไกลๆจะคล้ายแหนเป็ดมาก แต่เมื่อต้นแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดงเรื่อ ซึ่งจะแยกแยะจากแหนเป็ดได้อย่างชัดเจน เพราะแหนเป็ดจะไม่เปลี่ยนสีใบ ใบแหนเป็ดจะมีสีเขียวตลอด แต่แหนเป็ดใหญ่จะมีแผ่นใบด้านล่างมีสีน้ำตาลแดง ความสามารถของแหนแดงคือตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ จากนั้นก็เปลี่ยนแอมโมเนียเก็บไว้ในเซลของใบ

 ต้นของแหนแดงมีขนาดเล็ก ในระยะเริ่มต้นจะมีสีเขียวคล้ายกับแหนเป็ด แต่เมื่อโตเต็มที่หรือแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำหรือสีน้ำตาล ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ คือ ลำต้น ราก และใบ โดยแหนแดงจะมีกิ่งแยกออกจากลำต้น ในส่วนใบของแหนแดงนั้นเกิดตามกิ่งเรียงสลับกันไป ใบแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือใบบนและใบล่าง ใบของแหนแดงทั้ง 2 ส่วน มีขนาดใกล้เคียงกัน ใบล่างมีลักษณะค่อนข้างโปร่งใส มีคลอโรฟิลล์อยู่น้อยมาก ส่วนใบบนนั้นเป็นสีเขียวมีคลอโรฟิลล์เป็นองค์ประกอบ มีปริมาณไนโตรเจนสูงมาก ประมาณ 4-5% ซึ่งสูงกว่าพืชตระกูลถั่วที่มีไนโตรเจนประมาณ 2.5-3% สาเหตุที่พบไนโตรเจนปริมาณสูงในแหนแดงเกิดจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (Cyanobacteria) ที่อาศัยอยู่ในโพรงใบของแหนแดง สาหร่ายนี้สามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศไว้ในตัวได้ จึงทำให้แหนแดงมีธาตุอาหารที่สูง สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ นอกจากนี้ แหนแดงยังเหมาะสมที่จะนำไปใช้บำรุงพืชเกษตรอินทรีย์หลากหลายชนิดได้อีกด้วย

ธาตุอาหารสำคัญในแหนแดง
1. ไนโตรเจน (N): แหนแดงมีปริมาณไนโตรเจนสูงมาก เนื่องจากภายในโพรงใบของแหนแดงจะมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินอาศัยอยู่ ซึ่งสาหร่ายชนิดนี้มีความสามารถตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ จึงทำให้แหนแดงเจริญเติบโตได้ไวและมีปริมาณไนโตรเจนสูงกว่าพืชตระกูลถั่วเสียอีก
2. ฟอสฟอรัส (P): แม้ปริมาณจะไม่สูงเท่าไนโตรเจน แต่ก็มีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของพืช
3. โพแทสเซียม (K): แหนแดงยังมีโพแทสเซียมซึ่งช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานโรค และช่วยในการสังเคราะห์แสง

ในแหนแดงจะมีธาตุอาหารสำคัญคือ
- ไนโตรเจน : 24.0-30.0%
- ฟอสฟอรัส : 4.5-5.0%
- โพแทสเซียม : 2.0-4.5%
+ แคลเซียม : 0.4-1.0%
+ แมงกานีส : 0.5-0.6%
+ แมกนีเซียม : 0.11-0.16%
+ เหล็ก : 0.06-0.26%

การเพาะเลี้ยงแหนแดงเพื่อใช้ในการเกษตร (นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน)
เราสามารถเพาะแหนแดงเพื่อนำแหนแดงไปใช้ในนา โดยการขุดบ่อให้มีลักษณะเหมือนท้องนาขังน้ำให้ลึก ประมาณ 4-5 เซนติเมตร เรียกว่าเป็นบ่อน้ำตื้น ควรจะมีร่มไม้รำไรหรือทำหลังคาแสลน พลางแสงประมาณ 50 % อัตราจำนวนแหนแดงที่เพาะ 1 ตารางเมตร/แหนแดง 2 กก. ประมาณ 10-15 วัน แม่พันธุ์แหนแดงจะเจริญเติบโตเต็มบ่อ 

วิธีการเพาะเลี้ยงแหนแดงในกะละมังหรือบ่อปูนซีเมนต์
1. เตรียมกะละมังหรือบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเพาะเลี้ยงแหนแดง
2. นำปุ๋ยคอกเล็กน้อย เช่น ขี้วัว มาแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดแล้วตักน้ำทิ้งแล้วเติมน้ำลงไปใหม่
3. ใส่ดินลงไปผสมกับปุ๋ยคอก เช่น ขี้วัว อัตราส่วน 1 ต่อ 1
4. เติมน้ำสะอาดลงไปให้เหนือจากผิวดินประมาณ 10-15 เซนติเมตร ทิ้งไว้ให้ตกตะกอนประมาณ 1-2 วัน จึงปล่อยแหนแดงลงไปในบ่อหรือกะละมังเพื่อทำการเพาะเลี้ยง
5. ดูแลรักษาโดยรักษาระดับน้ำให้คงที่ และใส่ปุ๋ยคอกหรือน้ำหมักปลาบ้างเล็กน้อยเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต
6. เมื่อแหนแดงเจริญเติบโตเต็มที่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ หรือขยายพันธุ์ต่อได้

1. ปุ๋ยพืชสด:
- ในนาข้าว: แหนแดงสามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหว่านแหนแดงลงในนาในอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปักดำข้าวประมาณ 20-30 วัน หรือเลี้ยงพร้อมกับการปักดำข้าว เมื่อแหนแดงเจริญเติบโตเต็มที่แล้วไถกลบ จะช่วยเพิ่มธาตุไนโตรเจนและอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และช่วยควบคุมวัชพืชได้อีกด้วย
- ในพืชผักและไม้ผล: แหนแดงแห้งสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชผักและไม้ผลได้เช่นกัน โดยมีธาตุอาหารสูงและสามารถปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้ได้เร็ว นอกจากนี้ แหนแดงแห้งยังมีคุณสมบัติในการดูดซับน้ำได้ดี จึงช่วยรักษาความชื้นในดินได้ด้วย
- การใช้แหนแดงแห้งผสมดินปลูก สำหรับท่านที่จะนำมาคลุกเคล้าผสมดินปลูก ใช้แหนแดงแห้ง 6 กิโลกรัมมาผสมคุณสมบัติ เทียบเท่ากับ ปุ๋ยยูเรียธรรมชาติ ประมาณ 10-12 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับการปลูกพืชผักกินใบที่เราใช้รับประทานเองในบ้าน
2. อาหารสัตว์:
แหนแดงสดมีโปรตีนสูงถึง 30% จึงสามารถนำมาใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น เป็ด ไก่ ปลา และสุกร ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้
3. ปรับปรุงดิน:
การใช้แหนแดงช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้น ร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ปุ๋ยเคมีเมื่อใช้ร่วมกัน
4. บำบัดน้ำเสีย:
แหนแดงมีความสามารถในการบำบัดน้ำเสียและลดความสกปรกในน้ำได้ โดยสามารถลดค่า BOD, TKN, NO3 และ PO4 ในน้ำเสียจากฟาร์มสุกรได้อย่างมีนัยสำคัญ






บ่อเลี้ยงแหนแดง

เอกสารประกอบ

TU-กระบวนการผลิตแหนแดงเพื่อใช้ในการเกษตร - TU-thesis-naedaeng.pdf

แหนแดง-ปุ๋ยชีวภาพศักยภาพสูงในแปลงเกษตร - sp0_naedaeng.pdf

แหนแดง....แหล่งไนโตรเจนในแปลงผัก - vegetable-nitrogent_naedaeng.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283