ออกแบบระบบน้ำสำหรับการเกษตร
มีขั้นตอนและหลักการที่สำคัญดังนี้:
แนวทางการออกแบบระบบน้ำสำหรับการเกษตร มีขั้นตอนและหลักการที่สำคัญดังนี้:
1. การวางแผนและการเตรียมข้อมูล
- ข้อมูลพื้นที่: ความลาดเอียงของพื้นที่, ตำแหน่งแหล่งน้ำ, ปริมาณน้ำต้นทุน, ถนนในพื้นที่, ตำแหน่งสายไฟฟ้า (ถ้ามี), ตำแหน่งที่พักอาศัย
- ข้อมูลการปลูกพืช: ชนิดพืชที่ต้องการให้น้ำ, วิธีการปลูกพืช (ยกร่องหรือไม่ยกร่อง), ระยะระหว่างแถว, ระยะระหว่างต้นพืช
- ปริมาณความต้องการน้ำของพืช: ต้องทราบความต้องการน้ำของพืชเพื่อกำหนดปริมาณน้ำต้นทุน และขนาดพื้นที่ที่สามารถปลูกได้ในแต่ละฤดูกาล
2. การวาดแผนผัง
- แผนผังหรือแบบแปลน: ช่วยกำหนดตำแหน่งหัวจ่ายน้ำ, การแบ่งโซนให้น้ำ, การกำหนดแนวท่อและอุปกรณ์ต่างๆ
- วิธีการวาดแผนผัง: ใช้เทปวัด, เครื่องจีพีเอส, กล้องสำรวจทางวิศวกรรม, หรือภาพถ่ายทางอากาศผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ
3. การเลือกหัวจ่ายน้ำ
- หัวจ่ายน้ำ: มีหลายรุ่นและแบบ เช่น หัวสปริงเกลอร์, หัวน้ำหยด, เทปน้ำหยด
- การเลือกหัวจ่ายน้ำ: ต้องพิจารณาจากชนิดของพืช, ขนาดพื้นที่ปลูก, และรูปแบบการให้น้ำ
4. การวางตำแหน่งหัวจ่ายน้ำ
- ระยะระหว่างหัวจ่ายน้ำและระยะระหว่างแถว: ต้องพิจารณาจากรัศมีของหัวจ่ายน้ำและความเร็วลมในพื้นที่
- รูปแบบการวางหัวจ่ายน้ำ: แบบสี่เหลี่ยม, แบบสามเหลี่ยม, หรือแบบแถวเดียว
5. การจัดแบ่งสถานีหรือแบ่งโซน
- การแบ่งสถานี: เพื่อให้เหมาะสมกับการเปิดให้น้ำในแต่ละครั้ง, ช่วยกำหนดขนาดของท่อและขนาดปั๊มน้ำ
- ข้อพิจารณา: เวลาทำงาน, สภาพภูมิประเทศ, อัตราการไหลในแต่ละสถานี
6. การจัดวางระบบท่อส่งน้ำ
- ท่อประธาน (Main line pipe): ท่อหลักของระบบน้ำ
- ท่อรองประธาน (Sub Main line pipe): ท่อที่รับน้ำจากท่อประธานไปยังท่อแยก
- ท่อแยก (Lateral line pipe): ท่อที่ส่งน้ำไปยังหัวจ่ายน้ำต่างๆ
- ท่อแยกย่อย (Sub Lateral line pipe): ท่อที่แยกออกจากท่อแยกไปยังหัวจ่ายน้ำ
7. การเลือกขนาดท่อ
- การคำนวณขนาดท่อ: ใช้สมการ Q = AV หรือใช้แผนภูมิท่อ
- ปัจจัยที่ต้องพิจารณา: อัตราการไหล, ความเร็วของน้ำในท่อ, การสูญเสียแรงดันเนื่องจากแรงเสียดทาน
8. การหาอัตราการตกของน้ำ (Precipitation Rates, PR)
- ค่า PR: อัตราการตกของน้ำที่ได้จากการให้น้ำ, ใช้ในการคิดเวลาในการเปิดให้น้ำในแต่ละวันหรือในแต่ละรอบเวร
- การคำนวณ PR: ขึ้นอยู่กับรูปแบบการวางหัวจ่ายน้ำและอัตราการไหลของน้ำ
9. การหาเวลาในการให้น้ำ
- เวลาในการเปิดให้น้ำ: หาได้จากการนำอัตราการใช้น้ำของพืชมาเปรียบเทียบกับอัตราการตกของน้ำ (PR)
- สูตร: เวลาในการเปิดให้น้ำ (ชั่วโมง/วัน) = อัตราการใช้น้ำของพืช (มม./วัน) / อัตราการตกของน้ำ (PR) (มม./ชม.)
10. การเลือกปั๊มน้ำ
- การเลือกปั๊ม: ต้องรู้อัตราการไหลที่ต้องการ (Q) และแรงดันที่ต้องการ (H)
- สูตรหา H: เฮดรวม = เฮดสถิต + เฮดความเสียดทาน + เฮดความดันที่หัวปล่อยน้ำ
- การเลือกปั๊มจากกราฟสมรรถนะหรือตารางแสดงสมรรถนะปั๊ม
11. การติดตั้งและบำรุงรักษาระบบ
- การติดตั้งปั๊มและอุปกรณ์ประกอบ: ต้องติดตั้งให้ถูกต้องเพื่อให้ปั๊มทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- การบำรุงรักษา: ควรตรวจสอบและล้างกรองเป็นประจำเพื่อป้องกันการอุดตัน
12. การปรับปรุงและปรับเปลี่ยนระบบ
- การปรับปรุงระบบ: ควรปรับเปลี่ยนระบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสภาพอากาศ
- การสังเกตอาการขาดน้ำของพืช: เช่น ใบเที่ยวหรือใบม้วน เพื่อปรับเวลาในการให้น้ำให้เหมาะสม
แนวทางการออกแบบระบบน้ำนี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถออกแบบระบบน้ำที่เหมาะสมกับพื้นที่และพืชที่ปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อีกด้วย
คู่มือออกแบบระบบน้ำสำหรับการเกษตร
เอกสารประกอบ
คู่มือออกแบบระบบน้ำสำหรับการเกษตร : สปก. - ALRO_watermanage.pdf
PGS นครศรีธรรมราช
เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช
ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0816577283
