ร้านนี้เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ก่อตั้ง บริหารจัดการ และเป็นเจ้าของโดยชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง มีเป้าหมายเพื่อจำหน่ายปลาและอาหารทะเลคุณภาพดี สดใหม่จากทะเลโดยตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่ผ่านคนกลาง ทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าที่สด สะอาด ปลอดภัย และชาวประมงก็ได้รับราคาที่เป็นธรรม
ที่มาและการดำเนินการ
ร้านคนจับปลา ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง หรือความกังวลเรื่องการใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายทรัพยากรทางทะเล
ก่อตั้งโดยชาวประมง: ร้านคนจับปลามีความโดดเด่นตรงที่ ผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารจัดการส่วนใหญ่คือชาวประมงพื้นบ้านเอง ทำให้พวกเขาสามารถกำหนดราคาผลผลิตได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยราคารับซื้อของร้านคนจับปลาอาจสูงกว่าการขายผ่านแพปลาถึง 20-40%
การเชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค: ร้านทำหน้าที่เป็นช่องทางตรงในการจำหน่ายอาหารทะเลสดใหม่และปลอดภัยจากชาวประมงสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารทะเลคุณภาพดี ไร้สารเคมี และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise): นอกจากเป้าหมายด้านเศรษฐกิจแล้ว ร้านคนจับปลายังมีเป้าหมายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน รายได้ส่วนหนึ่ง (ประมาณ 40% ของกำไร) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู สร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ หรือการกำหนดเขตเฝ้าระวังการใช้เครื่องมือจับปลา
เครือข่ายชุมชน: ปัจจุบันร้านคนจับปลามีเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัดที่มีการทำประมงพื้นบ้าน เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช และพื้นที่ทะเลสาบสงขลา
ที่มาและการดำเนินการ
ร้านคนจับปลา ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง หรือความกังวลเรื่องการใช้เครื่องมือประมงที่ทำลายทรัพยากรทางทะเล
ก่อตั้งโดยชาวประมง: ร้านคนจับปลามีความโดดเด่นตรงที่ ผู้ก่อตั้ง ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารจัดการส่วนใหญ่คือชาวประมงพื้นบ้านเอง ทำให้พวกเขาสามารถกำหนดราคาผลผลิตได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น โดยราคารับซื้อของร้านคนจับปลาอาจสูงกว่าการขายผ่านแพปลาถึง 20-40%
การเชื่อมโยงผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค: ร้านทำหน้าที่เป็นช่องทางตรงในการจำหน่ายอาหารทะเลสดใหม่และปลอดภัยจากชาวประมงสู่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้บริโภคได้รับประทานอาหารทะเลคุณภาพดี ไร้สารเคมี และสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้
ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise): นอกจากเป้าหมายด้านเศรษฐกิจแล้ว ร้านคนจับปลายังมีเป้าหมายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน รายได้ส่วนหนึ่ง (ประมาณ 40% ของกำไร) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู สร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ หรือการกำหนดเขตเฝ้าระวังการใช้เครื่องมือจับปลา
เครือข่ายชุมชน: ปัจจุบันร้านคนจับปลามีเครือข่ายครอบคลุมหลายจังหวัดที่มีการทำประมงพื้นบ้าน เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช และพื้นที่ทะเลสาบสงขลา
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED
ร้านคนจับปลา ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยั่งยืน โดยอาหารทะเลของร้านอยู่ภายใต้มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และสมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อการันตีสิ่งเหล่านี้:
แหล่งที่มา: เป็นสัตว์น้ำทะเลที่จับได้จากท้องถิ่นโดยชุมชนประมงที่ใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ยั่งยืนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรืออุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า)
คุณภาพและความปลอดภัย: จับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่ใช้สารเคมีและสารกันเสียทั้งในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
ตรวจสอบย้อนกลับได้: สินค้าทุกชิ้นสามารถสืบย้อนหาแหล่งที่มาได้
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: มีการเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นกับงานอนุรักษ์ในท้องถิ่นและการจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน มีความสะอาดและมีแนวทางจัดการของเสียที่ชัดเจน รวมถึงมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
มาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่รับประกันอาหารทะเลที่สด สะอาด และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงทางอาหารของคนรุ่นหลังด้วย
ร้านคนจับปลา จึงเป็นมากกว่าร้านขายอาหารทะเล แต่เป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมง รักษาทรัพยากรทางทะเล และมอบอาหารทะเลที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค
ร้านคนจับปลา (Fisherfolk) เป็นโครงการวิสาหกิจชุมชนที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของกลุ่ม ชาวประมงพื้นบ้าน และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างโมเดลการประมงที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
นอกจากนี้ ร้านคนจับปลา ยังเป็นกิจการที่ใส่ใจงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยจะนำเงิน 40% ของกำไรที่ได้กลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลด้วย
คุณหมายถึงมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากประมงพื้นบ้านใช่ไหม - มาตรฐานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED คืออะไร
มาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน (Blue Brand Standard) หรือที่เรียกว่า BLUE BRAND CERTIFIED เป็นตราสัญลักษณ์รับรองที่พัฒนาขึ้นโดย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ซื้อนั้นมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทำไมต้องมีมาตรฐานนี้
มาตรฐานนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในภาคการประมง โดยเฉพาะปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านประสบ เช่น:
- การถูกกดราคา: ชาวประมงพื้นบ้านมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ
- การทำลายทรัพยากร: การทำประมงที่ไม่ยั่งยืน เช่น การใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรือสารเคมี ทำให้ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว
- ความไม่มั่นใจของผู้บริโภค: ผู้บริโภคต้องการอาหารทะเลที่สด สะอาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการสร้างระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หลักการและเกณฑ์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม:
1. การทำประมงที่ยั่งยืน:
- เครื่องมือประมงที่เป็นมิตร: ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า หรือระเบิด
- ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน: ต้องจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เติบโตและขยายพันธุ์
- เคารพฤดูกาล: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงของชุมชนในการงดจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่หรือฤดูที่มีสัตว์น้ำน้อย
2. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์:
- สด สะอาด: สัตว์น้ำต้องได้รับการจัดการอย่างถูกสุขอนามัยตั้งแต่ขั้นตอนการจับจนถึงมือผู้บริโภค
- ปราศจากสารเคมี: ไม่มีการใช้สารเคมีหรือสารกันเสียในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- ตรวจสอบย้อนกลับได้: สามารถสืบย้อนแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในที่มาและกระบวนการ
3. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม:
- สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้าน: การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองหมายถึงการสนับสนุนรายได้ที่เป็นธรรมให้กับชาวประมงพื้นบ้าน
- ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร: รายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการร้านคนจับปลา (ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่ใช้มาตรฐานนี้) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู ปลูกป่าชายเลน หรือสร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ
- ส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิม: ช่วยรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
ประโยชน์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ต่อผู้บริโภค: ได้รับประทานอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งที่ยั่งยืน
- ต่อชาวประมงพื้นบ้าน: ได้รับราคาที่เป็นธรรมสำหรับผลผลิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากร
- ต่อสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และช่วยฟื้นฟูทรัพยากร
- ต่อประเทศชาติ: สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับชาวประมงพื้นบ้าน และร่วมกันสร้างอนาคตของการประมงไทยที่ยั่งยืน
ร้านคนจับปลา ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความยั่งยืน โดยอาหารทะเลของร้านอยู่ภายใต้มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นโดยสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และสมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อการันตีสิ่งเหล่านี้:
แหล่งที่มา: เป็นสัตว์น้ำทะเลที่จับได้จากท้องถิ่นโดยชุมชนประมงที่ใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ยั่งยืนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม (เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรืออุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า)
คุณภาพและความปลอดภัย: จับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่ใช้สารเคมีและสารกันเสียทั้งในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
ตรวจสอบย้อนกลับได้: สินค้าทุกชิ้นสามารถสืบย้อนหาแหล่งที่มาได้
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม: มีการเชื่อมโยงอย่างเหนียวแน่นกับงานอนุรักษ์ในท้องถิ่นและการจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน มีความสะอาดและมีแนวทางจัดการของเสียที่ชัดเจน รวมถึงมีความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
มาตรฐานนี้ไม่เพียงแต่รับประกันอาหารทะเลที่สด สะอาด และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงทางอาหารของคนรุ่นหลังด้วย
ร้านคนจับปลา จึงเป็นมากกว่าร้านขายอาหารทะเล แต่เป็นโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวประมง รักษาทรัพยากรทางทะเล และมอบอาหารทะเลที่ดีต่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค
ร้านคนจับปลา (Fisherfolk) เป็นโครงการวิสาหกิจชุมชนที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของกลุ่ม ชาวประมงพื้นบ้าน และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อสร้างโมเดลการประมงที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
นอกจากนี้ ร้านคนจับปลา ยังเป็นกิจการที่ใส่ใจงานอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยจะนำเงิน 40% ของกำไรที่ได้กลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลด้วย
คุณหมายถึงมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ที่ใช้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำจากประมงพื้นบ้านใช่ไหม - มาตรฐานนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืนและเป็นธรรม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED คืออะไร
มาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน (Blue Brand Standard) หรือที่เรียกว่า BLUE BRAND CERTIFIED เป็นตราสัญลักษณ์รับรองที่พัฒนาขึ้นโดย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ซื้อนั้นมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทำไมต้องมีมาตรฐานนี้
มาตรฐานนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในภาคการประมง โดยเฉพาะปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านประสบ เช่น:
- การถูกกดราคา: ชาวประมงพื้นบ้านมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ
- การทำลายทรัพยากร: การทำประมงที่ไม่ยั่งยืน เช่น การใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรือสารเคมี ทำให้ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว
- ความไม่มั่นใจของผู้บริโภค: ผู้บริโภคต้องการอาหารทะเลที่สด สะอาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการสร้างระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หลักการและเกณฑ์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม:
1. การทำประมงที่ยั่งยืน:
- เครื่องมือประมงที่เป็นมิตร: ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า หรือระเบิด
- ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน: ต้องจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เติบโตและขยายพันธุ์
- เคารพฤดูกาล: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงของชุมชนในการงดจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่หรือฤดูที่มีสัตว์น้ำน้อย
2. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์:
- สด สะอาด: สัตว์น้ำต้องได้รับการจัดการอย่างถูกสุขอนามัยตั้งแต่ขั้นตอนการจับจนถึงมือผู้บริโภค
- ปราศจากสารเคมี: ไม่มีการใช้สารเคมีหรือสารกันเสียในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- ตรวจสอบย้อนกลับได้: สามารถสืบย้อนแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในที่มาและกระบวนการ
3. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม:
- สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้าน: การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองหมายถึงการสนับสนุนรายได้ที่เป็นธรรมให้กับชาวประมงพื้นบ้าน
- ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร: รายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการร้านคนจับปลา (ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่ใช้มาตรฐานนี้) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู ปลูกป่าชายเลน หรือสร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ
- ส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิม: ช่วยรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
ประโยชน์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ต่อผู้บริโภค: ได้รับประทานอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งที่ยั่งยืน
- ต่อชาวประมงพื้นบ้าน: ได้รับราคาที่เป็นธรรมสำหรับผลผลิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากร
- ต่อสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และช่วยฟื้นฟูทรัพยากร
- ต่อประเทศชาติ: สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับชาวประมงพื้นบ้าน และร่วมกันสร้างอนาคตของการประมงไทยที่ยั่งยืน
ประมงพื้นบ้าน
แปรรูป
สินค้า
