นายอดิศักดิ์ ยมสุขขี เกษตรกรหนุ่ม มีแรงบันดาลใจในการทำการเกษตรผสมผสาน เริ่มตั้งแต่ปลูกยางพาราเมื่อ 25 ปีก่อน ก็เริ่มปลูกพืชแซมในสวนยางพาราแล้ว เช่น ผักเหลียง กล้วย มังคุด ลองกอง ผักสวนครัว สมุนไพร และไม้เศรษฐกิจอื่นๆ เพราะคิดว่าการทำพืชร่วมยางนอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสวนยางพาราแล้ว ยังเป็นการเพิ่มปริมาณธาตุอาหารให้กับยางพาราได้อีกด้วย นอกจากนี้ตนเองและครอบครัวยังไม่นิยมใช้สารเคมีใดๆ ในการกำจัดวัชพืชหรือศัตรูพืชในสวนยางเลย ใช้เฉพาะปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นการทำแม่ปุ๋ยไว้ใช้เอง และเลี้ยงไก่พื้นเมืองไว้สำหรับกำจัดสัตว์และแมลงศัตรูพืช และได้ปุ๋ยธรรมชาติไปในตัว ระยะต่อมามีการระบาดของโรครากขาวในยางพารา จึงเริ่มทำเชื้อราไตรโคเดอร์ม่าไว้ใช้เอง ผลที่ได้รับเป็นที่พอใจมาก สามารถยับยั้งการแพร่กระจายของโรคระบาดได้เป็นอย่างดี และยืดอายุต้นยางพาราได้ในระยะยาว จึงชวนพี่น้องทำกันเอง ใช้เองและแจกจ่ายบ้างตามกำลัง เมื่อเกิดความชำนาญในการผลิตแล้วจึงคิดจะทำเป็นรายได้หลัก เมื่อได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานเกษตรอำเภอละแม และกลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดชุมพร จึงได้ทำเป็นการค้าควบคู่กับการทำสวนยางยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน
การเกษตรผสมผสาน คือ ระบบการเกษตรที่มีการเพาะปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์ต่างชนิด อยู่ในพื้นที่เดียวกันภายใต้การเกื้อกูลประโยชน์ต่อกันและกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยหลักการอยู่รวมกันระหว่างพืช สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องลงมือทำคือ เพิ่มปริมาณธาตุอาหารให้กับต้นยางพาราด้วยวิธีธรรมชาติให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยปลูกพืชอื่นๆ หรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม และสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการปลูกพืชผัก ผลไม้ทั้งอายุสั้นและผักยั่งยืน สมุนไพรต่างๆในสวนยางผสมผสาน ไก่พื้นเมือง การทำสารชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอร์เรีย เชื้อราเมธาไรเซียม จะทำให้เรามีรายได้ตลอดปี ปัจจุบันมีลูกค้าขาประจำ และขายออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น จึงทำให้มีรายได้หลักเพิ่มขึ้น ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มจากกิจกรรมต่างๆ ในแปลงยางพาราตามไปด้วย การมีรายได้ที่มั่นคง ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เกิดการเรียนรู้และแบ่งปันมากขึ้นโดยธรรมชาติ
นายอดิศักดิ์ ยมสุขขี เริ่มทำการเกษตรผสมผสาน ด้วยการปรับเปลี่ยนจากสวนยางเชิงเดี่ยวเป็นพืชร่วมยางแบบผสมผสาน เน้นการผลิตแบบปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ร่วมกับการทำปศุสัตว์ เลี้ยงไก่พื้นเมือง และผลิตสารชีวภัณฑ์ไว้ใช้เอง กระทั่งพัฒนาสู่การเป็นศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลสวนแตง จนถึงปัจจุบัน โดยจัดแบ่งเป็นกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ 13 ไร่ ดังนี้
1)พื้นที่ทั้งหมดเป็นสวนยางพารา จำนวน 13 ไร่ อายุต้นยาง 25 ปี จำนวน 1,040 ต้น, พืชผักปลูก
แซมในอกยางและริมแดน เช่น ผักเหลียง พริกไทย ตะไคร้ พริก ประมาณ 350 ต้น, ผลไม้ อาทิ ลองกอง 3 ต้น , มังคุด 17 ต้น , ทุเรียน 2 ต้น , กล้วยน้ำว้า 20 ต้น, ไม้เศรษฐกิจ อายุ 15 ปี จำนวน 42 ต้น และเลี้ยงไก่พื้นเมืองแบบปล่อยตามธรรมชาติไว้ในสวนยาง
2)พื้นที่ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลสวนแตง เพื่อผลิตสารชีวภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย เมตา
ไรเซี่ยม เป็นศูนย์เรียนรู้และจำหน่ายผลผลิตอีกด้วย
รูปแบบเกษตรผสมผสาน (ผลิตสารชีวภัณฑ์)
พื้นที่ 13 ไร่
โรงผลิตสารชีวภัณฑ์-อินทรีย์ ยางพารา + ไม้ใช้สอย
ไก่พื้นเมือง + โรงผลิตสารชีวภัณฑ์ สวนยางผสมไม้ป่าและไม้ผล ยางพารา + ทุเรียน มังคุด กล้วย
แปลงนายอดิศักดิ์ ยมสุขขี
