นายสมคิด ดาวเปียก มีความสนใจในการทำการเกษตรแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งในขณะนั้นราคายางตกต่ำ จึงมองว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างเดียวคงไม่สามารถทำให้มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว จึงเริ่มปลูกลองกอง พืชผัก ไม้ใช้สอย ควบคู่ไปในสวนยางพารา และเห็นว่าต้นไม้เหล่านั้นสามารถอยู่ร่วมกันได้ เกื้อกูลกันโดยธรรมชาติ เกิดความหลายหลาย ต้นยางพาราแข็งแรง ให้ผลผลิตดีเหมือนเดิม แต่มีโรคน้อยลง และยังสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่งด้วย
การนำภูมิปัญญาในสมัยก่อน ที่คนรุ่นปู่ย่าตายายทำ หรือที่เรียกกันว่า สวนพ่อเฒ่า ซึ่งมีการปลูกพืชสวน พืชไร่ พืชผัก ผสมผสานอยู่ในแปลงเดียวกัน เริ่มที่การบริโภคในครอบครัว เมื่อเหลือจากกินก็แบ่งปัน เหลือจากแบ่งปัน ก็สามารถนำไปขายต่อได้ นี่คือความยั่งยืนของเกษตรกร
เดิมเป็นสวนยางพาราทั้งหมด 26 ไร่ แต่ขอกองทุนโค่นยางไปบางสวน เพื่อปลูกทุเรียน ส้ม ส้มโอ และขนุน จึงเหลือพื้นที่ปลูกยางพาราประมาณ 18 ไร่ มียางพารา 1,300 ต้น หลังจากนั้นก็ปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ ได้แก่ ลองกอง 80 ต้น ผักเหลียงและสับปะรด 50 ต้น ร่วมในอกยางและริมแดน และเสริมด้วยไม้ใช้สอย อาทิ พะยูง รวมประมาณ 10 ต้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบโซล่าเซลส์ จำนวน 1 จุด เพื่อการบริหารจัดการน้ำ นอกจากจะมีรายได้จากสวนยางพาราแล้ว ก็ยังมีรายได้จากลองกอง และผักเหลียง ด้วย ถึงแม้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะไม่ได้มากมาย แต่ก็สามารถใช้ซื้อของจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือนได้ ที่สำคัญผลไม้และผักที่ได้ปลอดสารเคมี ทำให้เมื่อบริโภคเข้าไปปลอดภัยแน่นอน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารได้อีกด้วย
รูปแบบเกษตรผสมผสาน พื้นที่ 26 ไร่
ยางพารา ลองกอง สวนผสมผสาน โซล่าร์เซลล์ ยางพารา ลองกอง พืชผัก โซล่าร์เซลล์
ไม้ใช้สอยในแปลงและริมแนวเขต
แปลงนายสมคิด ดาวเปียก
