นายวิเวก อมตเวทย์ อดีตนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร และปัจจุบันเป็น
อุปนายกสมาคมชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และสมาคมเครือข่ายรักษ์ละแม ผู้มีบทเรียนความรู้นักส่งเสริมการเกษตรเชิงเดี่ยวผสานกับภูมิปัญญาการเกษตรดั้งเดิม (สวนพ่อเฒ่าหรือสวนสมรม) ไปสู่การส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืน โดยใช้พื้นที่ 51 ไร่ สภาพพื้นที่เป็นลาดเนินเขาของแปลงสวนยางพาราเดิมปรับสร้าง ทดลองปฏิบัติทำเกษตรผสมผสานโดยจัดรูปแบบปลูกพืชสลับแถว เพื่อแก้ปัญหาภาวะรายได้และหนี้สินของเกษตรกรที่เกิดจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว อีกทั้งยังเป็นการปรับสมดุลสภาพแวดล้อมให้ฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ สามารถควบคุมจัดการความเสี่ยงจากการผลิต มีผลผลิตหลากหลายชนิด สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องทั้งปี โดยจัดแบ่งพื้นที่เนินเขาไว้คงเดิม 19 ไร่ เป็นสวนยางพาราร่วมกับไม้เศรษฐกิจต่างๆ เช่น มะฮ็อกกานี ตะเคียนทอง จำปาทอง และพื้นที่อีก 32 ไร่ ได้รับการกองทุนสงเคราะห์จาก กยท.ชุมพร เพื่อทำเกษตรผสมผสานจัดรูปแบบปลูกพืชสลับแถว ทั้งปลูกไม้ผลเศรษฐกิจ พันธุ์ไม้พื้นถิ่น พืชผักพื้นบ้านนานาชนิด และปลูกไม้และไผ่เป็นแนวกันชนรอบขอบแปลง พร้อมจัดการแหล่งน้ำทั้งขุดบ่อสระ ขุดบ่อบาดาล แท้งน้ำลอยให้เพียงพอ ลดต้นทุนการผลิตโดยใช้ระบบสูบน้ำด้วยโซล่าเซล ผลิตปุ๋ยหมัก เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลาไว้บริโภคในครัวเรือนของแรงงานในแปลง อันเป็นการลดรายจ่ายอีกทางหนึ่ง
นายวิเวก อมตเวทย์ มีความตั้งใจจะทำการทดลองสร้างรูปแบบการเกษตรกรรมยั่งยืนของตนเอง โดยผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการเกษตร กับภูมิปัญญาการทำเกษตรดั้งเดิมสวนพ่อเฒ่า (สวนสมรม) โดยให้มีพื้นที่ป่าต้นน้ำในพื้นที่เชิงเขา และพื้นราบทำการเกษตรผสมผสานโดยจัดรูปแบบปลูกพืชสลับแถว ให้สะดวกในการจัดการแปลงพร้อมมีพืชพันธุ์ที่หลากหลายชนิด ทั้งบริโภคในครัวเรือน จำหน่ายเป็นรายได้ตลอดทั้งปี อันเป็นการประกันความเสี่ยงของเกษตรกร อีกทั้งในอนาคตจะเป็นฟาร์มสเตย์หรือเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรรายอื่นๆ ได้ศึกษารูปแบบ ประยุกต์ปรับเปลี่ยนเป็นสวนยางยั่งยืนหรือเกษตรกรรมยั่งยืน จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เกษตรผสมผสาน ซึ่งมีองค์ประกอบ 5 ประการได้แก่ มีความผสมผสานระหว่างพืชและสัตว์ มีความหลากหลาย มีพืชต่างระดับ มีความเกื้อกูลกัน ซึ่งนายวิเวก อมตเวทย์ ได้นำหลักการนี้กับการทำสวนสมรมภาคใต้มาประยุกต์พัฒนาเป็นจัดรูปแบบปลูกพืชสลับแถว ให้มีความเป็นระเบียบ เป็นแถว เป็นแนว ง่ายต่อการต่อการจัดการผลิตในแปลง โดยจัดแบ่งพื้นที่ 51 ไร่ ดังนี้ สวนยางเดิมเนินเขาจำนวน 19 ไร่ มียางพาราเสริมปลูกไม้ป่าเศรษฐกิจต่างๆ เช่น มะฮ็อกกานี ตะเคียนทอง จำปาทอง ฯลฯ กว่า 1,000 ต้น เพื่อเป็นป่าต้นน้ำรักษาระบบนิเวศ พื้นที่ลาดเอียงตอนล่างจำนวน 32 ไร่ ทำเกษตรผสมผสานจัดรูปแบบปลูกพืชสลับแถว ดังนี้
1)จัดแถวปลูกจำนวน 32 แถวแนวฟันทัว ระยะระหว่างแถว 8 เมตร โดยแถวเลขคี่ จำนวน 16 แถว ปลูกไม้ผลและไม้พื้นบ้าน ได้แก่ มังคุด,เงาะ,อะโวคาโด,ลองกอง,แก้วมังกร,หม่อนเบอรรี่,พริกไทย,มะพร้าวเบา,ละมุดฝรั่ง,ฝรั่งกิมจู,จำปาดะ,ขนุน,มะม่วงเบา,สะเดาบ้าน,สะเดาทะวาย,มะม่วงหิมมะพานต์,พยุง,หมาก,กาแฟ,มะตูมแขก และแซมระหว่างต้นด้วยพืชพื้นบ้านและสมุนไพร,มะละกอฮอแลด์ รวมจำนวน. 1,440 ต้น ในส่วนแถวเลขคู่ปลูกทุเรียนหมอนทอง จำนวน 10 แถว จำนวน 320 ต้น และอีก 6 แถวปลูกทุเรียนพื้นบ้าน เช่น พวงมณี สาลิกา ก้านยาว ฯ จำนวน 240 ต้น
2)การปลูกพืชแนวกันชน ด้วยไม้ป่า ไผ่ และระกำบ้านเป็นแนวกันชนรอบขอบแปลง
3)จัดการแหล่งน้ำในแปลง โดยขุดบ่อสระ 4 บ่อ ขุดบ่อบาดาล 3 บ่อ แท้งน้ำลอยซีเมนต์ขนาดกว้าง 6+18+3 เมตร ปริมาณน้ำ 228,000 ลิตร และใช้ระบบสูบน้ำด้วยโซล่าเซล 16 แผง ขนาด 4,800 วัตต์ เพื่อลดต้นทุนการผลิต พร้อมระบบท่อส่งน้ำขึ้นแท้งค์ลอยและวางระบบมินิสปริงเกอร์ทุกแถว อีกทั้งยังทำระบบธนาคารน้ำใต้ดิน
4)โรงเรือนผลิตปุ๋ยหมัก/เก็บวัสดุอุปกรณ์ 1 หลัง
5)เลี้ยงสัตว์ทั้งเป็ด-ไก่ เลี้ยงปลาไว้บริโภคในครัวเรือนสำหรับแรงงานทำเกษตรในแปลง อันเป็นการลดรายจ่ายอีกทางหนึ่ง
6)บ้านพักแรงงานภาคเกษตร 3 คน
7)พื้นที่ลานกว้างสำหรับจอดรถและกลางเต้นท์พักค้างบนเนินเขา
การปลูกพืชแปลง 32 ไร่ นั้นดำเนินการเพาะปลูก และจัดการปัจจัยการผลิต เป็นระยะเวลา 3 ปี มีค่าใช้จ่ายในการลงทุนประมาณ 3 ล้านบาท และได้มีการรับรองมาตรฐานสินค้าอินทรีย์SDG PGS แบบมีส่วนร่วมจากสมาพันธ์เกษตรกรรมยั่งยืนจังหวัดชุมพร
เกษตรผสมผสาน (รูปแบบปลูกพืชสลับแถว) พื้นที่ 51 ไร่
โดย 32 ไร่ จัดเตรียมปลูก 32 แถวพืชหัว ระยะระหว่างแถว 8 เมตร โดยแถวสุดท้าย 16 แถว ปลูกไม้ผลและไม้พื้นบ้าน ได้แก่ มังคุด เงาะ อโวคาโด ลองกอง แก้วมังกร หม่อนมะพร้าว พริกไทย สะตอเบา ละมุด ยางล้อ ฝรั่งกิมจู จำปาดะ หมูมู มะม่วงเบา ละมุดบ้าน สะเดาทะวาย มะม่วงหิมพานต์ พะยูง หนากา กาแฟ มะฮูมดแก และแซมระหว่างสร้างผืนบ้าน พืชพื้นบ้าน และสมุนไพร มะฮอกกองแคลนกี้ รวม 1,440 ต้น
ส่วนแถวที่ปลูกทุเรียนหมอนทอง จำนวน 10 แถว 320 ต้น
และอีก 6 แถวปลูกทุเรียนพื้นบ้าน เช่น พวงมณี สามี่กาน้ำยาว 240 ต้น
ส่วนพื้นที่ที่เหลือ 19 ไร่ เป็นส่วนสวนยางพารา และไม้ป่า สมุนไพร
แปลงนายวิเวก อมตเวทย์
แปลงนายวิเวก อมตเวทย์
แปลงนายวิเวก อมตเวทย์
