สวนยางยั่งยืน แปลงนางสาวมาลิณี วงศ์สุวัฒน์
นางสาวมาลิณี วงศ์สุวัฒน์ เกษตรกรต้นแบบการปลูกมะพร้าวร่วมยางพารา ในพื้นที่ 15 ไร่ มีแรงจูงใจในการเปลี่ยนจากการทำพืชเชิงเดี่ยว
มาเป็นพืชร่วมยางเนื่องจากราคาของมะพร้าวแกง ในพื้นที่อำเภอสวี มีราคาสูง มีตลาดรับซื้อตลอดปี และมีแหล่งแปรรูปผลผลิตที่หลากหลายและมั่นคง ทั้งยังสะดวก ต่อการจัดการพื้นที่ แรงงานและผลผลิต การทำสวนยางพาราอย่างเดียว ก็ต้องใส่ปุ๋ย ดูแลรักษา และมีต้นทุนการผลิตอยู่แล้ว เมื่อปลูกมะพร้าวแซมเข้าไป มะพร้าวก็ได้รับปุ๋ยและการดูแลรักษาไปพร้อมๆกัน เรียกว่าทำหลายกิจกรรมแต่ต้นทุนเท่าเดิม ที่สำคัญการ ปลูกมะพร้าวร่วมยาง ไม่มีผลต่อสภาพแสงในสวนยาง และ ช่วย เรื่องระบบนิเวศ ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ทำให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นอย่างชัดเจน ดินมีความชุ่มชื้นขึ้น ผลผลิตจากน้ำยางพาราก็ไม่ลดลง นอกจากเป็นการลดต้นทุนการผลิตแล้วยังมีรายได้จากมะพร้าวและพืชร่วมยางอื่นๆในแปลงเพิ่มขึ้นด้วย เมื่อสำเร็จจาก การทำยางพาราร่วมมะพร้าว จึงปลูกพืชอื่นๆ แซมในแปลงเพิ่มเติม เช่นมะฮอกกานี ลองกอง มังคุดผักเหลียงและสมุนไพรต่างๆที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เรามีหน้าที่แค่บำรุงรักษา และจัดการ ไปตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีเลย
นางสาวมาลิณี วงศ์สุวัฒน์ มีความตั้งใจจะสร้างรูปแบบการเกษตรผสมผสานของตนเอง โดยผสมผสานกับความรู้ทางวิชาการ กับภูมิปัญญาการทำเกษตรดั้งเดิม โดยปลูกมะพร้าวแกงที่ราคาผลผลิตดีตลอดปีกับยางพาราไว้ในแปลงเดียวกัน มีพื้นที่สำหรับปลูกผักยั่งยืนและผลไม้ตามฤดูกาลแซมบ้างเพื่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อความสะดวกในการจัดการแปลงที่มีพืชพันธุ์ที่หลากหลายชนิด ทั้งบริโภคในครัวเรือน จำหน่ายเป็นรายได้ตลอดทั้งปี เป็นการประกันความเสี่ยงของเกษตรกร การทำการเกษตรแบบผสมผสาน สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยที่ได้ทันที รักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เพิ่มชุ่มชื้นให้ดิน และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีรายได้ 2 ทางคือจากยางพาราที่มีอยู่เดิม จากพืชร่วมยาง มะพร้าว สับปะรด กล้วยน้ำว้า พริก พืชผักสวนครัว การทำพืชร่วมยางที่เหมาะสมสำหรับตนเองคือการทดลองดูว่าพืชชนิดใดที่เหมาะสมกับพื้นที่และสามารถอยู่ร่วมกับต้นยางพาราได้โดยไม่มีผลกระทบต่อกัน ทำให้เรามีรายได้ จากยางพาราส่วนหนึ่งและมีรายได้จากพืชผักผลไม้ตามฤดูกาลอีกส่วนหนึ่งสามารถประคับประคองกันและกันไปได้ตลอดปี ปัจจุบันได้เพิ่มพื้นที่ปลูกสวนผสมผสานด้วยการโค่นยางพาราอีก 1 แปลง เน้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน ให้ผลไม้เป็นหลัก เช่น ทุเรียน มังคุด กล้วยต่างๆ แซมด้วยมะพร้าว และเพิ่มเรื่องการจัดการระบบน้ำด้วยโซล่าเซลล์ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก การยางแห่งประเทศไทยสาขาจังหวัดชุมพร บวกกับตนเองมีองค์ความรู้เรื่องการทำปุ๋ยและสารชีวภัณฑ์ ทำให้สามารถทำการเกษตรแบบปลอดสารเคมีได้โดยสะดวก แม้ว่าผลผลิตส่วนใหญ่จะยังไม่ได้รับมาตรฐานจากภาครัฐ แต่ยังสามารถขายได้ราคาดีเพราะลูกค้าเชื่อมั่นในการจัดการฟาร์มของเรา ตอนนี้ยังขายผลผลิตสดได้ราคาดี และไม่ค่อยมีเวลาว่าง จึงไม่จำเป็นต้องทำการแปรรูป
เกษตรผสมผสานแบบยางพาราร่วมมะพร้าว เน้นการผสมผสานระหว่างพืช ให้มีความหลากหลาย มีพืชต่างระดับ มีความเกื้อกูลกัน ซึ่งนางสาวมาลิณี วงศ์สุวัฒน์ ได้นำหลักการนี้กับการทำสวนสมรมภาคใต้มาประยุกต์พัฒนาเป็นจัดรูปแบบปลูกพืชให้ง่ายต่อการต่อการจัดการผลิตในแปลง โดยจัดการพื้นที่ 15 ไร่ (รวม 2 แปลง 7 และ 8 ไร่) ให้เป็นสวนยางพาราผสมกับมะพร้าวแกงพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดชุมพร ที่มีความต้านทานต่อโรคสูงและได้รับผลผลิตดีตลอดปี มีการปลูกผักเหลียง ผลไม้ตามฤดูกาล ไม้เศรษฐกิจต่างๆ เช่น มะฮ็อกกานี ตะเคียนทอง จำปาทอง ฯลฯ เพื่อรักษาระบบนิเวศและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนี้
- แปลงมะพร้าวร่วมยางพารา หมู่ที่ 2 ต.สวี อ.สวี จ.ชุมพร จำนวน 8 ไร่ 3 งาน ยางพารา 400 ต้น แซมด้วย มะพร้าว 200 ต้น และผักเหลียง ลองกอง มังคุด ขนุน
- แปลงเกษตรผสมผสาน หมู่ 11 ตำบลทุ่งระยะ 7 ไร่ มะพร้าว 4 ปีและ 2 ปี ปลูกแซมด้วยสับปะรด กล้วยน้ำว้า พริก มะละกอ มะกรูด พืชผักสวนครัวฯ และใช้พลังงานโซล่าเซลล์สำหรับการจัดการน้ำในแปลง
