สวนยางยั่งยืน นายฉลองชาติ ยังปักษี

เกษตรกรในจังหวัดชุมพร ที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์และการทำเกษตรผสมผสาน

  • ที่อยู่ : 120 ม.15 ตำบลท่าข้าม อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
  • โทร : 0895948439
กิจกรรม
ความรู้
บริการ
สวนยางยั่งยืน นายฉลองชาติ ยังปักษี

นายฉลองชาติ ยังปักษี เป็นเกษตรกรในจังหวัดชุมพร ที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์และการทำเกษตรผสมผสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรธรรมชาติ. เขาเป็นวิทยากรท้องถิ่นและเป็นตัวอย่างของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานตามแนวทางเกษตรยั่งยืน. 
นายฉลองชาติ มีประสบการณ์ในการทำเกษตรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 โดยมีการเรียนรู้และฝึกอบรมจากหลายแหล่ง. เขาได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และหลักการทำเกษตรธรรมชาติมาปรับใช้ในการจัดการพื้นที่เกษตรของตนเอง. นอกจากนี้ ยังมีการทำเกษตรผสมผสาน โดยปลูกพืชหลายชนิดร่วมกัน เช่น ยางพารา พืชแซมด้วยไม้ป่า ปาล์มน้ำมัน และเลี้ยงสัตว์. 
ในส่วนของการทำเกษตรอินทรีย์ นายฉลองชาติ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ และปฏิญาณตนว่าจะซื่อสัตย์ต่ออาชีพเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีสังเคราะห์ เพื่อสุขภาวะที่ดีของตนเอง ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม. เขาเป็นที่รู้จักในฐานะวิทยากรท้องถิ่นด้านเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นต้นแบบของครัวเรือนตามแนวทาง "โคก หนอง นา โมเดล". 
1) เรียนรู้พัฒนาการทำเกษตร :  นายฉลองชาติ ยังปักษี.  เลขที่  120 ม.15 ต.ท่าข้าม  อ.ท่าแซะ  อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร  มีพื้นที่จำนวน 45 ไร่  ทำการเกษตรผสมผสานและวนเกษตร      ปลูกยางพารา/พืชแซมด้วยไม้ป่า  ปาล์มน้ำมันและเลี้ยงสัตว์  มาตั้งแต่ พศ.2535    หลังจากได้โอกาสไปศึกษาเรียนรู้และฝึกอบรมจากหลายๆ แหล่งเรียนรู้ หลาย ๆ ครั้ง  จนตกผลึกโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง    การทำกสิกรรมธรรมชาติ        หลักการ “ปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง”  คือ การปลูกไม้ผล  ไม้สร้างบ้าน  ไม้ใช้สอย  อันได้ประโยชน์คือ  ได้กินเป็นอาหาร  เป็นที่อยู่อาศัย  เป็นฟืน/พลังงาน  และรักษาความอุดมสมบูรณ์ดินน้ำ-ป่า
ในปี 52 ได้เปิดศูนย์พัฒนาศึกษาเกษตรธรรมชาติ  จัดกระบวนการเรียนรู้/ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตร  การทำสวนยางแบบวนเกษตรหรือเกษตรธรรมชาติ  การแปรรูปผลผลิตเกษตร  พลังงานทดแทน  ทำเกษตรปศุสัตว์ทั้งเลี้ยงวัว/หมู  การเลี้ยงปลา ฯลฯ
2) นำชมแปลง  โดยนายฉลองชาติ (หลวงนก) ยังปักษี  เป็นผู้บอกเล่าแก่ผู้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมเรียนรู้จัดการแปลงสวนยางพาราในแต่ละโซนพื้นที่
โซนที่ 1  บ้านพัก/โรงอบแสงอาทิตย์/พืชผักสวนครัว
โซนที่ 2  ปลูกไม้ผล/ไม้และอ่างเก็บน้ำ
โซนที่ 3  ปลูกปาล์มและแซมด้วยพันธุ์ไม้พื้นถิ่นใต้หลากหลายชนิด
โซนที่ 4 ศูนย์เรียนรู้เกษตรธรรมชาติ  มีอาคารที่ประชุม,ห้องน้ำ,บ่อเลี้ยงกบ,โรงผลิตปุ๋ย เป็นต้น
โซนที่ 5  สวนยางพาราและไม้ใช้สอย(ยาง,สะเดา,มะฮอกกานี,จำปา,ฯ) เลี้ยงผึ้ง,   แปลงที่ 2 พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกยางพาราและพันธ์ไม้ป่า,ไม้ใช้สอย,ไม้ผล,พืชชั้นล่าง  กระวาน,เสม็ด,ผักเหลียง,ผักกูด,พืชหัวใต้ดิน ฯ

3) สรุปศาสตร์พระราชา    การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง "การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งได้ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืนนั้น สามารถให้ประโยชน์ได้ถึง 4 อย่าง คือ นอกจากประโยชน์ในตัวเองตามชื่อแล้ว ยังสามารถให้ประโยชน์อันที่ 4 ซึ่งเป็นข้อสำคัญ คือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารด้วย "        พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร        เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2523  ณ โรงแรมรินคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พอกิน  คือ การปลูกต้นไม้ที่กินได้ รวมทั้งใช้เป็นยาสมุนไพร ไม้ในกลุ่มนี้ เช่น แค มะรุม ทุเรียน สะตอ ผักหวาน ฝาง แห้ม กล้วย ฟักข้าว ไม้ผลต่าง ๆ พอใช้  คือ การปลูกต้นไม้ให้เป็นป่าไม้ สำหรับทำเครื่องใช้สอยในครัวเรือน อาทิ ทำฟืน เผาถ่าน ทำงานหัตถกรรม หรือทำน้ำยาซักล้าง ไม้ในกลุ่มนี้ เช่น มะคำดีควาย หวาย ไผ่ หมีเหม็น พออยู่  คือ การปลูกต้นไม้ที่ใช้เนื้อไม้และไม้เชิงเศรษฐกิจให้เป็นป่า ไม้กลุ่มนี้เป็นไม้อายุยืนเพื่อใช้สร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน ต้นไม้กลุ่มนี้ เช่น ตะเคียนทอง ยางนา สัก พะยูง พยอม พอร่มเย็น คือ ประโยชน์อย่างที่ 4  ที่เกิดจากการปลูกป่า 3 อย่าง จะช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศดินและน้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น และฉ่ำเย็นขึ้นมา

การปลูกป่า 5 ระดับแบบกสิกรรมธรรมชาติ  ประกอบด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดพันธุ์ โดยเราสามารถจัดแบ่งตามระดับช่วงความสูงและระบบนิเวศได้ 5 ระดับ ดังนี้ 
1)ไม้สูง เป็นกลุ่มไม้เรือนยอดสูงสุดและอายุยืน ไม้ในระดับนี้ เช่น ตะเคียน ยางนา เต็ง รัง 
2)ไม้กลาง เป็นกลุ่มต้นไม้ที่ไม่สูงนัก ไม้ในระดับนี้ ได้แก่ บรรดาไม้ผลที่เก็บกินได้ เช่น มะม่วง ขนุน มังคุด กระท้อน ไผ่ สะตอ 
3)ไม้เตี้ย เป็นกลุ่มต้นไม้พันธุ์พุ่มเตี้ย ไม้ในระดับนี้ เช่น พริก มะเขือ กะเพรา ติ้ว ผักหวานบ้าน เหลียง 
4)ไม้เลื้อยเรี่ยดิน ไม้ในระดับนี้เป็นตระกูลไม้ล้มลุกที่ทอดยอดเลื้อยได้ เช่น พริกไทย รางจืด ฟักทอง แตงกวา 
5)ไม้หัวใต้ดิน ไม้หัวอยู่ใต้ดิน ไม้ในระดับนี้ คือ มัน เผือก กลอย กวาวเครือ ขิง ข่า
 
 ฉลองชาติ  ยังปักษี ได้นำหลักการนี้กับการทำสวนสมรมของตนเอง และพัฒนาเป็นสวนยางพาราวนเกษตร โดยจัดแบ่งพื้นที่ 45 ไร่  ดังนี้ 
1) สวนยางพาราเดิม จำนวน 20 ไร่ และปาล์มน้ำมันจำนวน 10 ไร่ แซมด้วยไม้ใช้สอย เช่น มะฮ็อกกานี 200, สะเดาเทียม 200 ต้น, ตะเคียนทอง 200 ต้น, จำปาทอง 100 ต้น, ไผ่ต่างๆ และมีนาข้าว 
2) พื้นที่ 11 ไร่ เป็นสวนเกษตรผสมผสาน แซมด้วย ผลไม้ เช่น เงาะ, ลองกอง, มังคุด, ทุเรียน, กล้วยต่างๆ พริกไทย ผักเหลียง, ตะไคร้, กระวาน สมุนไพรและไม้หายาก 
3) พื้นที่จำนวน 4 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัย ทำโรงเรือน เลี้ยงวัวลูกผสม มีไม้ผลพืชผักยั่งยืน และสมุนไพรต่างๆ 
ด้านการประมง มีสระน้ำสำหรับเลี้ยงปลาพลวง ปลานิล และปลาดุก ด้านพลังงาน มีโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์, เตาเผาถ่านน้ำส้มควันไม้

สวนยางยั่งยืน

ฉลองชาติ ยังปักษี