มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED คืออะไร
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED คืออะไร
มาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน (Blue Brand Standard) หรือที่เรียกว่า BLUE BRAND CERTIFIED เป็นตราสัญลักษณ์รับรองที่พัฒนาขึ้นโดย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ซื้อนั้นมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทำไมต้องมีมาตรฐานนี้
มาตรฐานนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในภาคการประมง โดยเฉพาะปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านประสบ เช่น:
- การถูกกดราคา: ชาวประมงพื้นบ้านมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ
- การทำลายทรัพยากร: การทำประมงที่ไม่ยั่งยืน เช่น การใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรือสารเคมี ทำให้ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว
- ความไม่มั่นใจของผู้บริโภค: ผู้บริโภคต้องการอาหารทะเลที่สด สะอาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการสร้างระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หลักการและเกณฑ์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม:
1. การทำประมงที่ยั่งยืน:
- เครื่องมือประมงที่เป็นมิตร: ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า หรือระเบิด
- ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน: ต้องจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เติบโตและขยายพันธุ์
- เคารพฤดูกาล: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงของชุมชนในการงดจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่หรือฤดูที่มีสัตว์น้ำน้อย
2. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์:
- สด สะอาด: สัตว์น้ำต้องได้รับการจัดการอย่างถูกสุขอนามัยตั้งแต่ขั้นตอนการจับจนถึงมือผู้บริโภค
- ปราศจากสารเคมี: ไม่มีการใช้สารเคมีหรือสารกันเสียในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- ตรวจสอบย้อนกลับได้: สามารถสืบย้อนแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในที่มาและกระบวนการ
3. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม:
- สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้าน: การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองหมายถึงการสนับสนุนรายได้ที่เป็นธรรมให้กับชาวประมงพื้นบ้าน
- ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร: รายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการร้านคนจับปลา (ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่ใช้มาตรฐานนี้) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู ปลูกป่าชายเลน หรือสร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ
- ส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิม: ช่วยรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
ประโยชน์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ต่อผู้บริโภค: ได้รับประทานอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งที่ยั่งยืน
- ต่อชาวประมงพื้นบ้าน: ได้รับราคาที่เป็นธรรมสำหรับผลผลิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากร
- ต่อสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และช่วยฟื้นฟูทรัพยากร
- ต่อประเทศชาติ: สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับชาวประมงพื้นบ้าน และร่วมกันสร้างอนาคตของการประมงไทยที่ยั่งยืน
มาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำชาวประมงพื้นบ้าน (Blue Brand Standard) หรือที่เรียกว่า BLUE BRAND CERTIFIED เป็นตราสัญลักษณ์รับรองที่พัฒนาขึ้นโดย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และ สมาคมรักษ์ทะเลไทย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่ซื้อนั้นมาจากแหล่งประมงที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทำไมต้องมีมาตรฐานนี้
มาตรฐานนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในภาคการประมง โดยเฉพาะปัญหาที่ชาวประมงพื้นบ้านประสบ เช่น:
- การถูกกดราคา: ชาวประมงพื้นบ้านมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอ
- การทำลายทรัพยากร: การทำประมงที่ไม่ยั่งยืน เช่น การใช้อวนลาก อวนตาถี่ หรือสารเคมี ทำให้ทรัพยากรทางทะเลเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว
- ความไม่มั่นใจของผู้บริโภค: ผู้บริโภคต้องการอาหารทะเลที่สด สะอาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ ด้วยการสร้างระบบที่โปร่งใสและเป็นธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
หลักการและเกณฑ์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรองมาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED ต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มงวด ครอบคลุมทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม:
1. การทำประมงที่ยั่งยืน:
- เครื่องมือประมงที่เป็นมิตร: ต้องใช้วิธีการและเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายทรัพยากรทางทะเล เช่น ไม่ใช้อวนลาก อวนตาถี่ อุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า หรือระเบิด
- ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อน: ต้องจับสัตว์น้ำที่มีขนาดเหมาะสม ไม่จับสัตว์น้ำวัยอ่อนเพื่อเปิดโอกาสให้เติบโตและขยายพันธุ์
- เคารพฤดูกาล: ปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อตกลงของชุมชนในการงดจับสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่หรือฤดูที่มีสัตว์น้ำน้อย
2. คุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์:
- สด สะอาด: สัตว์น้ำต้องได้รับการจัดการอย่างถูกสุขอนามัยตั้งแต่ขั้นตอนการจับจนถึงมือผู้บริโภค
- ปราศจากสารเคมี: ไม่มีการใช้สารเคมีหรือสารกันเสียในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูป
- ตรวจสอบย้อนกลับได้: สามารถสืบย้อนแหล่งที่มาของสัตว์น้ำได้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในที่มาและกระบวนการ
3. ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม:
- สนับสนุนชาวประมงพื้นบ้าน: การซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองหมายถึงการสนับสนุนรายได้ที่เป็นธรรมให้กับชาวประมงพื้นบ้าน
- ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากร: รายได้ส่วนหนึ่งจากโครงการร้านคนจับปลา (ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจการที่ใช้มาตรฐานนี้) จะถูกนำกลับไปใช้ในกิจกรรมอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล และจัดการทรัพยากรชายฝั่งของชุมชน เช่น การสร้างธนาคารปู ปลูกป่าชายเลน หรือสร้างซั้งอนุบาลสัตว์น้ำ
- ส่งเสริมวิถีชีวิตดั้งเดิม: ช่วยรักษาและสืบทอดภูมิปัญญาการทำประมงพื้นบ้านที่อยู่คู่กับธรรมชาติมาอย่างยาวนาน
ประโยชน์ของ BLUE BRAND CERTIFIED
ต่อผู้บริโภค: ได้รับประทานอาหารทะเลที่สด สะอาด ปลอดภัย และมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งที่ยั่งยืน
- ต่อชาวประมงพื้นบ้าน: ได้รับราคาที่เป็นธรรมสำหรับผลผลิต สร้างความมั่นคงในอาชีพ และมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากร
- ต่อสิ่งแวดล้อม: ส่งเสริมการทำประมงอย่างรับผิดชอบ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และช่วยฟื้นฟูทรัพยากร
- ต่อประเทศชาติ: สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเป็นแบบอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน BLUE BRAND CERTIFIED จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่เชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับชาวประมงพื้นบ้าน และร่วมกันสร้างอนาคตของการประมงไทยที่ยั่งยืน
สินค้ามาตรฐาน BLUE BRAND
ร้านคนจับปลานครศรีธรรมราช
เจ้าของโดยชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง มีเป้าหมายเพื่อจำหน่ายปลาและอาหารทะเลคุณภาพดี
ที่อยู่ : ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0869525258
