โรครากปม (Root-knot Disease)
ไส้เดือนฝอยรากปม เข้าทำลายระบบรากของพืช
โรครากปม (Root-knot Disease) เป็นโรคพืชที่สำคัญและสร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะพืชผัก พืชไร่ และไม้ผลหลายชนิดทั่วโลก สาเหตุหลักของโรคนี้เกิดจาก ไส้เดือนฝอยรากปม (Root-knot Nematodes) ซึ่งเป็นสัตว์ขนาดเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อยู่ในสกุล *Meloidogyne spp.* (เช่น *Meloidogyne incognita*). ไส้เดือนฝอยเหล่านี้อาศัยอยู่ในดินและเข้าทำลายระบบรากของพืช

ลักษณะอาการของโรครากปม:

อาการของโรครากปมจะแสดงออกเป็นสองส่วนหลัก คืออาการใต้ดินที่ราก และอาการเหนือดินที่ลำต้น ใบ และยอด

1.  อาการใต้ดิน (ที่ราก):
    - เกิดปุ่มปม (Galls): เป็นลักษณะเด่นที่สุดของโรคนี้ เมื่อถอนต้นพืชขึ้นมาดูที่ราก จะพบว่ารากเกิดอาการบวมพองเป็นปุ่มปมขนาดต่างๆ กัน คล้ายเนื้องอก หรือปมถั่วที่พืชตระกูลถั่วมีตามธรรมชาติ (แต่ปมรากที่เกิดจากไส้เดือนฝอยจะบวมออกรอบด้าน ไม่ใช่ปมเป็นเม็ดๆ เหมือนพืชตระกูลถั่ว)
    - รากสั้นและไม่ยืด: ระบบรากจะไม่เจริญเติบโตเต็มที่ รากจะสั้น กุด และไม่แผ่ขยายได้ดี
    - รากเน่า: ในบางกรณี ไส้เดือนฝอยรากปมจะทำให้รากเกิดบาดแผล ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อราหรือแบคทีเรียสาเหตุโรครากเน่า (เช่น *Fusarium*, *Pythium*, *Ralstonia*) เข้าทำลายซ้ำเติม ทำให้รากเน่าเปื่อย และพืชตายในที่สุด

2.  อาการเหนือดิน (ที่ลำต้น ใบ ยอด):
    - พืชแคระแกร็น: การเจริญเติบโตของพืชจะชะงักงันอย่างเห็นได้ชัด ต้นมีขนาดเล็กกว่าปกติ เตี้ยแคระแกร็น
    - ใบเหลืองซีด: เนื่องจากระบบรากไม่สามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้เต็มที่ ทำให้ใบพืชแสดงอาการขาดธาตุอาหาร เช่น ใบเหลืองซีด หรือมีอาการคล้ายการขาดไนโตรเจนหรือธาตุอาหารอื่นๆ
    - อาการเหี่ยวเฉา: ในช่วงกลางวันที่แดดจัดหรืออากาศร้อน พืชจะแสดงอาการเหี่ยวเฉาคล้ายขาดน้ำ แม้ว่าจะมีการให้น้ำเพียงพอแล้วก็ตาม เนื่องจากท่อน้ำท่ออาหารถูกทำลายหรืออุดตันที่ราก
    - ผลผลิตลดลง: พืชที่ติดโรครากปมจะให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก ทั้งปริมาณและคุณภาพ
    - ตายในที่สุด: หากอาการรุนแรงมาก หรือมีการเข้าทำลายตั้งแต่พืชยังเล็ก พืชอาจเหี่ยวเฉาและยืนต้นตายในที่สุด

พืชที่มักพบโรครากปม:

ไส้เดือนฝอยรากปมมีพืชอาศัยกว้างขวางมาก สามารถเข้าทำลายพืชได้หลายร้อยชนิด ทั้งพืชผัก พืชไร่ และไม้ผล ตัวอย่างพืชที่พบได้บ่อย ได้แก่:

- พืชผัก: มะเขือเทศ พริก แตงกวา ถั่วชนิดต่างๆ มะเขือเปราะ แครอท หัวไชเท้า คะน้า กะหล่ำ ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง มันฝรั่ง หอมใหญ่
- ไม้ผล: กล้วย ฝรั่ง มะละกอ พีช องุ่น
- พืชไร่: ข้าวโพด อ้อย ยาสูบ ฝ้าย ถั่วลิสง ถั่วเขียว
- ไม้ดอกไม้ประดับ: กุหลาบ เบญจมาศ ดาวเรือง มะลิ

การแพร่ระบาดของไส้เดือนฝอยรากปม:

- ดิน: ไส้เดือนฝอยอาศัยอยู่ในดินเป็นหลัก และสามารถแพร่กระจายไปกับดินที่ติดไปกับเครื่องมือทางการเกษตร รองเท้า หรือยานพาหนะ
- น้ำ: สามารถแพร่ไปกับน้ำไหลบ่า หรือน้ำชลประทาน
- ต้นกล้า/ท่อนพันธุ์: การนำต้นกล้าหรือท่อนพันธุ์ที่ติดเชื้อไปปลูกในพื้นที่ใหม่ เป็นสาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาด
- ซากพืช: สามารถอยู่รอดในรากพืชที่เป็นโรคที่ตกค้างอยู่ในดิน

การป้องกันและกำจัดโรครากปม:

เนื่องจากไส้เดือนฝอยรากปมเป็นสิ่งมีชีวิตที่คงอยู่ในดินได้นานและควบคุมได้ยาก การจัดการโรครากปมจึงต้องเน้นการป้องกันและใช้หลายวิธีผสมผสานกัน:

1.  การป้องกัน (Preventive Measures):
    - ใช้พันธุ์พืชที่ต้านทานโรค: หากมีพันธุ์ที่ต้านทานต่อไส้เดือนฝอยรากปมในพืชชนิดนั้นๆ ควรเลือกใช้พันธุ์ดังกล่าว
    - เลือกใช้ต้นกล้าที่ปลอดโรค: ตรวจสอบรากของต้นกล้าก่อนปลูกว่าไม่มีปุ่มปม
    - ปรับปรุงดิน:
        - ไถตากดิน: หากเป็นไปได้ ควรไถพลิกดินแล้วตากแดดทิ้งไว้ในช่วงฤดูแล้ง (ไม่น้อยกว่า 1-2 เดือน หรือ 6 เดือนหากมีการระบาดรุนแรง) เพื่อฆ่าไส้เดือนฝอยและไข่ในดินด้วยความร้อนและแสงแดด
        - การคลุมดินด้วยพลาสติก (Solarization): คลุมดินด้วยพลาสติกใสในฤดูร้อน เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในดินให้สูงขึ้นจนเป็นอันตรายต่อไส้เดือนฝอย
        - เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน: การใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยพืชสด จะช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในดิน ซึ่งบางชนิดเป็นศัตรูธรรมชาติของไส้เดือนฝอย
    - ปลูกพืชหมุนเวียน: หลีกเลี่ยงการปลูกพืชที่เป็นพืชอาศัยของไส้เดือนฝอยรากปมซ้ำๆ ในแปลงเดิม ควรปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่เป็นพืชอาศัย หรือพืชที่สามารถลดประชากรไส้เดือนฝอยได้ เช่น
        - พืชกลุ่มตระกูลหญ้า: ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย (บางพันธุ์)
        - พืชปุ๋ยสด: ปอเทือง ดาวเรือง (บางพันธุ์ของดาวเรือง เช่น ดาวเรืองพันธุ์ French Marigold สามารถผลิตสารที่ยับยั้งไส้เดือนฝอยได้)
    - ทำความสะอาดเครื่องมือเกษตร: ล้างทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรให้ปราศจากดินก่อนนำไปใช้ในแปลงอื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไส้เดือนฝอย
    - การจัดการน้ำ: หลีกเลี่ยงการให้น้ำแบบไหลตามร่อง หากมีประวัติการระบาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปกับน้ำ

2.  การกำจัด (Control Measures) เมื่อพบการระบาด:
    - ถอนทำลายต้นที่เป็นโรค: เมื่อพบพืชที่แสดงอาการรากปม ควรรีบถอนและนำไปทำลายนอกแปลงทันที โดยการเผาหรือฝังลึก เพื่อไม่ให้ไส้เดือนฝอยแพร่กระจายต่อไป
    - ชีวภัณฑ์:
        - เชื้อราปฏิปักษ์: เช่น เชื้อรา *Paecilomyces lilacinus* (พาซิโลมัยซิส ไลลาซินัส) หรือ *Purpureocillium lilacinum* และ *Verticillium chlamydosporium* (หรือปัจจุบันชื่อ *Pochonia chlamydosporia*) สามารถเข้าทำลายไข่และตัวเต็มวัยของไส้เดือนฝอยได้ โดยใช้ผสมดินปลูกหรือราดโคนต้น
        - แบคทีเรียปฏิปักษ์: เช่น *Bacillus subtilis* บางสายพันธุ์ อาจช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของราก
    - สารเคมีกำจัดไส้เดือนฝอย (Nematicides):
        * ในกรณีที่มีการระบาดรุนแรง อาจพิจารณาใช้สารเคมีบางชนิด เช่น คาร์โบฟูแรน (Carbofuran) หรือ อัลดิคาร์บ (Aldicarb) อย่างไรก็ตาม ควรใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษสูง มีผลตกค้างนาน และอาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ใช้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอารักขาพืชและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
    - การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว: เก็บเศษซากพืชที่ติดโรคออกจากแปลงให้หมดจด

ในจังหวัดกระบี่ การเฝ้าระวังและการจัดการโรครากปมมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกพืชผักและพืชไร่อย่างต่อเนื่อง การประยุกต์ใช้วิธีการแบบผสมผสาน จะช่วยลดความเสียหายจากไส้เดือนฝอยรากปมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

โรครากปม

โรครากปม

โรครากปม

โรครากปม

เอกสารประกอบ

โรครากปมข้าว - Root-knot-Rice.pdf

โรครากปมพริก - Root-knot-chilli.pdf

โรครากปมมันสำปะหลัง - Root-knot-cassava.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283