โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease)
ใบล่างเป็นจุดช้ำเล็กๆ ปลายใบหรือขอบใบมีรอยช้ำสีเขียวอมเทา
โรคขอบใบแห้ง (Bacterial Leaf Blight Disease หรือ Bacterial Blight Disease) เป็นโรคข้าวที่สำคัญและสร้างความเสียหายอย่างมาก เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas oryzae pv. oryzae (Xoo) สามารถพบได้ในนาน้ำฝนและนาชลประทานในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนที่มีความชื้นสูงและลมพัดแรง

ลักษณะอาการของโรคขอบใบแห้ง:
โรคขอบใบแห้งสามารถเข้าทำลายข้าวได้ตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอ ไปจนถึงระยะออกรวง อาการที่สังเกตได้มีดังนี้:
 - อาการที่ใบ:
 - ระยะกล้า: ต้นกล้าจะแสดงอาการที่ใบล่างเป็นจุดช้ำเล็กๆ
 - ระยะแตกกอถึงออกรวง: อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ มีรอยช้ำสีเขียวอมเทา หรือเขียวอ่อนฉ่ำน้ำที่ขอบใบ มักเริ่มจากบริเวณปลายใบหรือขอบใบ แล้วขยายลุกลามเป็นทางยาวไปตามความยาวของใบ บางครั้งอาจขยายเข้าสู่ด้านในตามความกว้างของใบ ทำให้แผลมีลักษณะเป็นขอบลายหยัก
    * เมื่ออาการรุนแรงขึ้น แผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองซีดแล้วกลายเป็นสีเทาหรือขาวซีดในที่สุด และใบจะแห้งตาย โดยอาจม้วนตามความยาวของใบ
 - หยดน้ำสีครีมคล้ายยางสน: ในช่วงเช้าที่อากาศมีความชื้นสูง โดยเฉพาะบนแผลที่เกิดใหม่ๆ จะพบหยดของเหลวสีครีมคล้ายยางสนใสๆ หรือสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ขนาดเท่าหัวเข็มหมุดเกาะอยู่ตามขอบแผล หรือบนผิวแผล ของเหลวนี้คือเชื้อแบคทีเรียที่ปะปนกับสารคัดหลั่งของพืช เมื่อแห้งจะกลายเป็นเม็ดเล็กๆ สีน้ำตาลและสามารถหลุดไปตามลม ฝน หรือน้ำได้ง่าย ทำให้เชื้อแพร่กระจาย
 - อาการที่รุนแรงมาก (Kresek):
    * ในกรณีที่เชื้อเข้าทำลายต้นข้าวที่อ่อนแอ หรือเมื่อเชื้อมีปริมาณมากและเข้าทำลายตั้งแต่ระยะกล้าหรือระยะแตกกอ จะทำให้ท่อน้ำท่ออาหารภายในต้นข้าวอุดตันอย่างรวดเร็ว ต้นข้าวจะเหี่ยวเฉาอย่างรวดเร็วและแห้งตายทั้งต้นคล้ายอาการเหี่ยวจากสาเหตุอื่น (เช่น เหี่ยวจากเชื้อรา) อาการนี้เรียกว่า "ครีเสก" (Kresek) ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงมาก

ปัจจัยที่ส่งเสริมการเกิดโรคและการแพร่ระบาด:
 - ความชื้นสูง: สภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง มีฝนตกชุก มีน้ำค้างลงจัด เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อและการแพร่ระบาด
 - ลมพัดแรง: ช่วยพัดพาสปอร์และหยดน้ำที่มีเชื้อให้แพร่กระจายไปกับลมได้ไกล ทำให้โรคระบาดรวดเร็ว
 - น้ำ: เชื้อสามารถแพร่ไปกับน้ำในนาข้าวได้ง่าย โดยเฉพาะการระบายน้ำจากแปลงที่เป็นโรคไปยังแปลงข้างเคียง
 - การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป: การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนในอัตราที่สูงเกินความจำเป็น จะทำให้ข้าวอ่อนแอและติดโรคได้ง่ายขึ้น
 - พันธุ์ข้าวอ่อนแอ: การปลูกข้าวพันธุ์ที่ไม่ต้านทานต่อโรค เช่น ขาวดอกมะลิ 105, กข 6, เหนียวสันป่าตอง, พิษณุโลก 2, ชัยนาท 1, กข 41, กข 47, กข 49, กข 61, กข 71, กข 79, กข 85, กข 95 เป็นต้น
 - บาดแผล: การเกิดบาดแผลที่ใบหรือลำต้น เช่น จากลมพัด ใบเสียดสีกัน แมลงกัดกิน หรือการทำกิจกรรมในแปลงขณะที่พืชยังเปียกอยู่ จะเป็นช่องทางให้เชื้อเข้าสู่พืชได้ง่ายขึ้น
 - เชื้อสะสม: เชื้อแบคทีเรียสามารถอาศัยอยู่ในซากพืช เมล็ดพันธุ์ที่ปนเปื้อน หรือในดินได้นาน ทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อ

การป้องกันและกำจัดโรคขอบใบแห้ง:

1.  การป้องกัน (Preventive Measures):
 - เลือกใช้พันธุ์ข้าวที่ต้านทานโรค: เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุด เช่น พันธุ์สุพรรณบุรี 60, สุพรรณบุรี 90, สุพรรณบุรี 1, สุพรรณบุรี 2, ปทุมธานี 1, กข 31 และ กข 57
 - การจัดการปุ๋ย: ไม่ควรใส่ปุ๋ยไนโตรเจนมากเกินไป โดยเฉพาะในดินที่อุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว ควรใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและคำแนะนำที่เหมาะสม
 - การจัดการน้ำ: ไม่ควรระบายน้ำจากแปลงที่มีโรคระบาดไปสู่แปลงข้างเคียง เพราะน้ำเป็นพาหะสำคัญในการแพร่เชื้อ
 - ทำความสะอาดเครื่องมือ: ทำความสะอาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรที่ใช้ในแปลงที่เป็นโรคก่อนนำไปใช้ในแปลงอื่น
 - การเตรียมแปลง: ไถกลบตอซังและซากพืชที่เป็นโรคให้ลึก เพื่อลดแหล่งสะสมเชื้อ
 - ระยะปลูก: ควรปลูกข้าวในระยะที่เหมาะสม ไม่หนาแน่นเกินไป เพื่อให้มีการระบายอากาศที่ดี

2.  การกำจัด (Control Measures) เมื่อพบการระบาด:
 - ลดระดับน้ำในนา: หากมีการระบาด ควรระบายน้ำออกจากแปลงให้แห้ง แล้วปล่อยให้ดินแห้งสลับเปียกเป็นช่วงๆ เพื่อลดความชื้นและสภาพที่เอื้อต่อเชื้อแบคทีเรีย
 - ถอนทำลายต้นที่เป็นโรค: หากพบต้นข้าวที่แสดงอาการครีเสก (เหี่ยวตายทั้งต้น) ควรรีบถอนและนำไปทำลายนอกแปลงทันที
 - ชีวภัณฑ์:
     - แบคทีเรียปฏิปักษ์: เช่น Bacillus subtilis (บาซิลลัส ซับทีลิส) สามารถใช้ในการควบคุมโรคได้ โดยฉีดพ่นหรือราดลงดิน
 - การดูแลบำรุงรักษา: ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง สมบูรณ์ เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานต่อโรค

โรคขอบใบแห้ง

โรคขอบใบแห้ง

โรคขอบใบแห้ง

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283