เพอร์ไลต์ (Perlite)
หินภูเขาไฟเนื้อแก้ว น้ำหนักเบาและรูพรุนสูง
 เพอร์ไลต์ (Perlite) คือ หินภูเขาไฟเนื้อแก้วที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเมื่อนำมาผ่านกระบวนการบดและเผาที่อุณหภูมิสูง (ประมาณ 760-1,300 องศาเซลเซียส) จะเกิดการพองตัวขยายใหญ่ขึ้นคล้ายป๊อปคอร์น ทำให้มีน้ำหนักเบาและมีโครงสร้างรูพรุนสูง
 
 ประโยชน์หลักของเพอร์ไลต์ในการทำเกษตร:
- ปรับปรุงการระบายน้ำและอากาศในดิน: เพอร์ไลต์มีโครงสร้างเป็นรูพรุนสูงและน้ำหนักเบา เมื่อนำมาผสมในดินจะช่วยสร้างช่องว่างให้อากาศและน้ำไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้ดินร่วนซุย ไม่จับตัวเป็นก้อนแน่น ป้องกันปัญหาน้ำขังและรากเน่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของพืชตาย
- กักเก็บความชื้นและสารอาหาร: แม้จะช่วยระบายน้ำได้ดี แต่เพอร์ไลต์ก็มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้ดีเช่นกัน โดยสามารถอุ้มน้ำได้ 3-4 เท่าของน้ำหนักตัวเอง และยังช่วยกักเก็บปุ๋ยเคมีหรือสารอาหารต่างๆ ไว้ในวัสดุปลูก ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่สูญเสียไปกับการชะล้างน้ำเร็วเกินไป
- มีค่า pH เป็นกลาง: เพอร์ไลต์มีค่า pH ประมาณ 7.0-7.5 ซึ่งเป็นกลาง ไม่เป็นกรดหรือด่างมากเกินไป จึงไม่ทำให้ดินหรือวัสดุปลูกเกิดความเค็มหรือเสียสมดุล ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- ปลอดเชื้อและปราศจากศัตรูพืช: เนื่องจากผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิสูง เพอร์ไลต์จึงเป็นวัสดุที่ปลอดเชื้อโรค เมล็ดวัชพืช และแมลงศัตรูพืชต่างๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเพาะเมล็ดและการปักชำกิ่ง
- น้ำหนักเบา: ช่วยลดน้ำหนักของวัสดุปลูก ทำให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายกระถางหรือภาชนะปลูก และเหมาะสำหรับแปลงปลูกบนอาคารหรือระเบียง
- คงทนและไม่ผุสลาย: เป็นสารอนินทรีย์ จึงไม่ย่อยสลายหรือผุพังจากจุลินทรีย์ในดิน ทำให้คงสภาพการทำงานได้ยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุบ่อยๆ
- เป็นฉนวน: ช่วยรักษาอุณหภูมิของวัสดุปลูกไม่ให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้รากพืชได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไป

การใช้งานเพอร์ไลต์ในการเกษตร:
- ส่วนผสมวัสดุปลูก: เป็นการใช้งานที่พบได้บ่อยที่สุด โดยนำเพอร์ไลต์มาผสมกับวัสดุปลูกอื่นๆ เช่น พีทมอส ขุยมะพร้าว ดินใบก้ามปู หรือกาบมะพร้าวสับ เพื่อเพิ่มความโปร่ง การระบายน้ำ และการอุ้มน้ำ
- อัตราส่วนผสม: ไม่มีอัตราส่วนตายตัว ขึ้นอยู่กับชนิดพืชและความต้องการของดิน แต่โดยทั่วไป:
- สำหรับเพาะเมล็ดหรือต้นกล้า: อาจใช้เพอร์ไลต์ 1 ส่วน ต่อพีทมอส 1-2 ส่วน หรือเพอร์ไลต์ 1 ส่วน ต่อดินปลูก 2 ส่วน เพื่อให้รากเดินดี ป้องกันรากเน่า และลดการเกิดโรค
- สำหรับไม้กระถางทั่วไป: อาจใช้เพอร์ไลต์ประมาณ 10-30% ของปริมาณวัสดุปลูกทั้งหมด
- สำหรับพืชที่ต้องการการระบายน้ำดีเป็นพิเศษ (เช่น แคคตัส ไม้อวบน้ำ): อาจเพิ่มสัดส่วนเพอร์ไลต์ให้มากขึ้น อาจถึง 50% หรือใช้ร่วมกับหินภูเขาไฟ ทรายหยาบ
- การปักชำกิ่ง: ใช้เพอร์ไลต์เดี่ยวๆ หรือผสมกับพีทมอสในอัตราส่วน 1:1 เพื่อเป็นวัสดุปักชำ ช่วยให้กิ่งชำออกรากได้เร็วขึ้นและลดโอกาสเน่า
- โรยหน้าดิน: ช่วยป้องกันการจับตัวเป็นแผ่นแข็งของหน้าดิน ลดการระเหยของน้ำ และช่วยรักษาความชื้นในดิน
- ปรับปรุงดินในแปลง: ในพื้นที่ที่มีดินเหนียวจัด สามารถผสมเพอร์ไลต์ลงไปเพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและระบายน้ำได้ดีขึ้น

ข้อควรระวัง:
- เนื่องจากเพอร์ไลต์มีน้ำหนักเบามาก อาจเกิดฝุ่นละอองได้ง่ายขณะใช้งาน ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการสูดดม
- เพอร์ไลต์ไม่มีธาตุอาหารในตัวเอง ดังนั้นเมื่อใช้เป็นวัสดุปลูกหลักหรือผสมในสัดส่วนที่สูง จะต้องมีการให้ปุ๋ยกับพืชอย่างสม่ำเสมอ
- การใช้เพอร์ไลต์อย่างเหมาะสมจะช่วยให้การทำเกษตรมีประสิทธิภาพมากขึ้น พืชเจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่ดีขึ้น

เพอร์ไลต์

เพอร์ไลต์

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283