น้ำหมักผลไม้
ปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการหมักผลไม้สุกกับน้ำตาล
น้ำหมักผลไม้ เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการหมักผลไม้สุกกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง จุลินทรีย์จะทำการย่อยสลายน้ำตาลและสารอาหารในผลไม้ ปลดปล่อยธาตุอาหาร วิตามิน และฮอร์โมนที่เป็นประโยชน์ต่อพืชออกมาในรูปของเหลว
ผลไม้ที่นิยมนำมาทำน้ำหมัก:
ผลไม้สุกจัด: เช่น กล้วย มะละกอ สับปะรด ฟักทอง มะม่วง ชมพู่ (ยิ่งสุกมากยิ่งมีน้ำตาลและฮอร์โมนสูง)
เปลือกผลไม้: เช่น เปลือกสับปะรด เปลือกแตงโม เปลือกกล้วย (มีเอนไซม์และแร่ธาตุ)
วัสดุและอุปกรณ์:
1. ผลไม้สุก: 3 กิโลกรัม (ชนิดเดียวหรือหลายชนิดผสมกัน)
2. กากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทรายแดง: 1 กิโลกรัม
3. น้ำสะอาด: เล็กน้อย (สำหรับล้างผลไม้)
4. มีด เขียง: สำหรับหั่นผลไม้
5. ถังหมัก: ขนาด 10-20 ลิตร มีฝาปิดสนิท
6. ผ้าขาวบาง หรือกระดาษทิชชู: สำหรับปิดปากถังในช่วงแรก (ถ้าใช้ฝาปิดสนิท)
7. เชือก หรือยางรัด: สำหรับรัดผ้าขาวบาง
วิธีการทำ:
1. เตรียมผลไม้: ล้างผลไม้ให้สะอาด หั่นหรือสับให้มีขนาดเล็กลง
2. ผสมส่วนผสม: นำผลไม้ที่หั่นแล้วใส่ลงในถังหมัก เติมกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงลงไป
3. คลุกเคล้า: คลุกเคล้าให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายและเคลือบผลไม้ทั่วถึง
4. เติมน้ำ (ถ้าจำเป็น): หากส่วนผสมแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยพอให้มีความชื้น แต่ไม่ควรเติมมากจนเหลว
5. ปิดฝา:
วิธีที่ 1 (ปิดสนิท): ปิดฝาถังให้สนิทในช่วงแรกของการหมัก (ประมาณ 7 วัน) เพื่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยไล่แมลง จากนั้นค่อยคลายฝาเล็กน้อยเพื่อระบายก๊าซ
วิธีที่ 2 (ปิดด้วยผ้าขาวบาง): ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง หรือกระดาษทิชชู แล้วรัดให้แน่น
6. หมัก: นำถังหมักไปวางไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดดโดยตรง
7. คน (ถ้ามีเวลา): คนส่วนผสมทุกวัน หรือ 2-3 วันต่อครั้ง ในช่วงแรกของการหมัก
8. ระยะเวลาการหมัก: หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-30 วัน สังเกตว่าไม่มีฟองก๊าซเกิดขึ้นมากแล้ว และผลไม้เริ่มเปื่อยยุ่ย สีของน้ำหมักจะเข้มขึ้น มีกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยว ให้เติมน้ำลงไปจนเกือบเต็มถัง
9. กรอง: เมื่อครบกำหนด ให้กรองเอากากออก จะได้น้ำหมักผลไม้ที่มีคุณภาพ
การเปลี่ยนแปลงธาตุอาหารในช่วงการหมัก
ระยะเวลาหมัก ธาตุหลัก (N, P, K) ธาตุรอง (Ca, Mg, S) ธาตุเสริม (Fe, Mn, Zn, B ฯลฯ)
1 เดือน N ต่ำ, P น้อย, K เริ่มสูง Ca-Mg ยังไม่เสถียร เริ่มมีการละลายออกมา กระบวนการย่อยสลายเพิ่งเริ่ม
3 เดือน N เพิ่มขึ้น, K สูงขึ้นมาก Ca, Mg เริ่มละลายดีขึ้น ธาตุเสริมเริ่มเพิ่ม จุดที่นิยมใช้เพราะธาตุอาหารเริ่มสมดุล
6 เดือน N เสถียร, P เพิ่มขึ้น ธาตุรองมีเสถียรภาพ สูงสุดหรือใกล้สูงสุด ใช้ได้ดีมากในช่วงนี้
9 เดือน N เริ่มลด, K สูงต่อเนื่อง Ca-Mg ยังอยู่ระดับดี อาจเริ่มลดเล็กน้อย เริ่มเกิดการตกตะกอนของบางธาตุ
12 เดือน N ลดลง, K คงที่หรือเริ่มลด Ca บางส่วนตกตะกอน ธาตุเสริมบางตัวลดลง น้ำหมักเก่าคุณภาพอาจเริ่มเสื่อม
หมายเหตุ: ค่านี้เป็นแนวโน้มทั่วไปจากการศึกษาทางวิชาการหลายแหล่ง อาจแตกต่างกันขึ้นกับสูตรน้ำหมัก
สรุป:
- โพแทสเซียม (K) มักจะเพิ่มขึ้นเร็วตั้งแต่ช่วงต้น เพราะมีอยู่ในผลไม้สุกมาก และละลายน้ำได้ดี
- ไนโตรเจน (N) จะค่อยๆ เพิ่มในช่วง 1–6 เดือน จากการย่อยสลายของโปรตีนจากวัตถุดิบ
- ฟอสฟอรัส (P) เพิ่มช้ากว่า K และ N เพราะมีในรูปสารประกอบที่ละลายยาก ต้องใช้เวลาย่อยสลาย
- ธาตุรองและเสริม จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามการสลายตัวของเปลือก เมล็ด และส่วนอื่นๆ ของผลไม้
ประโยชน์ของน้ำหมักผลไม้:
- มีธาตุอาหารหลากหลาย: ขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ที่นำมาหมัก โดยทั่วไปจะมีธาตุอาหารหลัก เช่น โพแทสเซียม (K) สูง ซึ่งสำคัญต่อการออกดอก ติดผล และการสร้างเนื้อผล นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส (P) และธาตุอาหารอื่นๆ ในปริมาณที่แตกต่างกัน
- มีฮอร์โมนธรรมชาติ: ผลไม้สุกมักมีฮอร์โมนออกซิน (Auxin), จิบเบอเรลลิน (Gibberellin), และไซโตไคนิน (Cytokinin) ในปริมาณน้อย ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก ลำต้น ใบ ดอก และผล
- มีวิตามินและเอนไซม์: ผลไม้มีวิตามินและเอนไซม์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและกระบวนการเมตาบอลิซึมของพืช
- ช่วยในการออกดอกและติดผล: โพแทสเซียมและฮอร์โมนในน้ำหมักผลไม้มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมการสร้างดอกและพัฒนาของผล
- ปรับปรุงดิน: ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ทำให้ดินร่วนซุย
- ลดต้นทุน: ทำได้ง่ายจากผลไม้สุกที่เหลือใช้ หรือผลไม้ราคาถูกตามฤดูกาล
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
อัตราส่วนการนำไปใช้ (โดยประมาณ):
- บำรุงต้น ใบ: น้ำหมัก 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 10-20 ส่วน ฉีดพ่นทางใบ หรือรดลงดินรอบโคนต้น ทุกๆ 7-10 วัน
- เร่งดอก ผล: น้ำหมัก 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 5-10 ส่วน รดลงดินรอบโคนต้น ในช่วงก่อนออกดอกและติดผล ทุกๆ 7-10 วัน
- บำรุงดิน: น้ำหมัก 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 20-30 ส่วน ราดลงดินก่อนการเพาะปลูก หรือระหว่างการปลูก
ข้อควรระวัง:
- ควรใช้น้ำหมักที่หมักจนได้ที่แล้วเท่านั้น
- ควรเจือจางน้ำหมักก่อนนำไปใช้เสมอ
- สังเกตการตอบสนองของพืช หากมีอาการผิดปกติ ควรลดความเข้มข้น
- เก็บน้ำหมักผลไม้ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท ในที่ร่มและเย็น สามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน
น้ำหมักผลไม้เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่มีคุณค่าและทำได้ง่าย เหมาะสำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจในการปลูกพืชแบบอินทรีย์ ช่วยให้พืชเจริญเติบโตดี ออกดอกติดผลดก และยังช่วยบำรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์
น้ำหมักผลไม้
น้ำหมักผลไม้
การทำน้ำหมักผลไม้
PGS นครศรีธรรมราช
เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช
ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0816577283
