น้ำหมักปลีกล้วย
มีธาตุอาหารและฮอร์โมนธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อพืช
น้ำหมักปลีกล้วย เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่ได้จากการหมักปลีกล้วยกับกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง มีธาตุอาหารและฮอร์โมนธรรมชาติที่เป็นประโยชน์ต่อพืช ช่วยในการเจริญเติบโต ออกดอก ติดผล และบำรุงดิน

ประโยชน์ของน้ำหมักปลีกล้วย:
 - มีธาตุอาหาร: อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อพืช เช่น โพแทสเซียม (K) สูง ซึ่งสำคัญต่อการออกดอก ติดผล และลงหัว นอกจากนี้ยังมีฟอสฟอรัส (P) และไนโตรเจน (N) ในปริมาณที่เหมาะสม บำรุงต้นและใบ  มีธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ต้นแข็งแรงและใบเขียวงาม
  - มีฮอร์โมนธรรมชาติ: มีฮอร์โมนออกซิน (Auxin) และไซโตไคนิน (Cytokinin) ซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก ลำต้น ใบ และการพัฒนาของดอกและผล
  - ปรับปรุงดิน: ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น ช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์ ทำให้พืชสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น 
  - เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อดิน น้ำ และอากาศ

 น้ำหมักขั้วเหนียว ช่วยให้พืชติดดอกออกผลดี มีสารที่ช่วยกระตุ้นการออกดอกและบำรุงดอกให้แข็งแรง
ทำให้ขั้วดอกและผลเหนียว  ลดการหลุดร่วงของดอกและผล ทำให้ผลผลิตดีขึ้น
ควบคุมและป้องกันเชื้อรา: มีสารฝาด (Tannin) ที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคพืชบางชนิด

วัสดุและอุปกรณ์:
 -  ปลีกล้วย: 3 กิโลกรัม (เลือกปลีกล้วยน้ำว้าจะดีที่สุด เพราะมีฮอร์โมนสูง)
 -  กากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทรายแดง: 1 กิโลกรัม
 -  น้ำสะอาด: เล็กน้อย (สำหรับล้างปลีกล้วย)
 -  มีด เขียง: สำหรับหั่นปลีกล้วย
 -  ถังหมัก: ขนาด 10-20 ลิตร มีฝาปิดสนิท

วิธีการทำ:
1.  เตรียมปลีกล้วย: ล้างปลีกล้วยให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หรือซอยให้ละเอียด เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายได้ง่ายขึ้น
2.  ผสมส่วนผสม: นำปลีกล้วยที่หั่นแล้วใส่ลงในถังหมัก เติมกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงลงไป
3.  คลุกเคล้า: คลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายและเคลือบปลีกล้วยทั่วถึง
4.  เติมน้ำ (ถ้าจำเป็น): หากส่วนผสมแห้งเกินไป สามารถเติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยพอให้มีความชื้น แต่ไม่ควรเติมมากจนเหลว
5.  ปิดฝา:
     วิธีที่ 1 (ปิดสนิท): ปิดฝาถังให้สนิทในช่วงแรกของการหมัก (ประมาณ 7 วัน) เพื่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยไล่แมลง จากนั้นค่อยคลายฝาเล็กน้อยเพื่อระบายก๊าซ
     วิธีที่ 2 (ปิดด้วยผ้าขาวบาง): ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง หรือกระดาษทิชชู แล้วรัดด้วยเชือกหรือยาง เพื่อป้องกันแมลง แต่ยังให้อากาศถ่ายเทได้
6.  หมัก:  หมัก 7 วัน เติมน้ำ 5-10 ลิตร ท่วมส่วนผสม แล้วนำถังหมักไปวางไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่โดนแสงแดดโดยตรง
7.  คน (ถ้ามีเวลา): คนส่วนผสมทุกวัน หรืออย่างน้อย 2-3 วันต่อครั้ง ในช่วงแรกของการหมัก เพื่อช่วยให้การย่อยสลายเป็นไปได้ดีขึ้น
8.  ระยะเวลาการหมัก: หมักทิ้งไว้ประมาณ 15-30 วัน สังเกตว่าไม่มีฟองก๊าซเกิดขึ้นมากแล้ว และปลีกล้วยเริ่มเปื่อยยุ่ย สีของน้ำหมักจะเข้มขึ้น มีกลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยว
9.  กรอง: เมื่อครบกำหนด ให้กรองเอากากออก จะได้น้ำหมักปลีกล้วยที่มีคุณภาพ

อัตราส่วนการนำไปใช้:
+ บำรุงต้น ใบ: น้ำหมักปลีกล้วย 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 10-20 ส่วน ฉีดพ่นทางใบ หรือรดลงดินรอบโคนต้น ทุกๆ 7-10 วัน
+ เร่งดอก ผล: น้ำหมักปลีกล้วย 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 5-10 ส่วน รดลงดินรอบโคนต้น ในช่วงก่อนออกดอกและติดผล ทุกๆ 7-10 วัน
+ บำรุงดิน: น้ำหมักปลีกล้วย 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด 20-30 ส่วน ราดลงดินก่อนการเพาะปลูก หรือระหว่างการปลูก

ข้อควรระวัง:
  - ควรใช้น้ำหมักที่หมักจนได้ที่แล้วเท่านั้น น้ำหมักที่ยังหมักไม่สมบูรณ์อาจมีฤทธิ์เป็นกรดสูงเกินไป ทำให้เป็นอันตรายต่อพืชได้
  - ควรเจือจางน้ำหมักก่อนนำไปใช้เสมอ ห้ามใช้น้ำหมักเข้มข้นโดยตรง
  - สังเกตการตอบสนองของพืช หากมีอาการผิดปกติ ควรลดความเข้มข้นของการใช้น้ำหมัก
  - เก็บน้ำหมักปลีกล้วยไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท ในที่ร่มและเย็น สามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน

น้ำหมักปลีกล้วยเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลดการใช้ปุ๋ยเคมี และหันมาใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติเพื่อบำรุงพืชและดินได้อย่างยั่งยืน

หั่นปลีกล้วย

ผสมน้ำตาล

หมัก 7 วัน

หมัก 7 วัน เติมน้ำ 5-10 ลิตร ท่วมส่วนผสม

น้ำหมักปลีกล้วย

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283