นํ้าสกัดมูลสุกร
การนำมูลสุกรมาผ่านกระบวนการสกัด
นํ้าสกัดมูลสุกร หมายถึง ของเหลวที่ได้จากการนำมูลสุกรมาผ่านกระบวนการสกัด เพื่อให้ได้สารละลายที่มีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืช

นํ้าสกัด: เน้นการ สกัด เอาธาตุอาหารจากมูลสุกรโดยการแช่น้ำ อาจใช้เวลาน้อยกว่า และไม่ได้เน้นกระบวนการหมักทางชีวภาพมากนัก อาจมีธาตุอาหารหลัก (N, P, K) ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ได้ง่าย แต่สารชีวภาพอื่นๆ อาจมีน้อยกว่า

ธาตุอาหารพืชในนํ้าสกัดมูลสุกร
นํ้าสกัดมูลสุกรเป็นแหล่งธาตุอาหารที่สำคัญสำหรับพืช โดยมีธาตุอาหารทั้ง ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และ จุลธาตุ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนี้:

ธาตุอาหารหลัก (Macronutrients): พืชต้องการในปริมาณมาก
1. ไนโตรเจน (N): มีรายงานตั้งแต่ 0.014% (เมื่อเจือจาง 1:500) ไปจนถึง 1.7% ในมูลสุกรสด (ก่อนสกัด) และอาจมีความเข้มข้นสูงกว่าในนํ้าสกัดที่ไม่เจือจาง ช่วยในการเจริญเติบโตของลำต้น ใบ และส่วนที่เป็นสีเขียว ทำให้พืชมีใบดก เขียวเข้ม และสังเคราะห์แสงได้ดี
2. ฟอสฟอรัส (P) หรือ ฟอสเฟต (P₂O₅): มีรายงานตั้งแต่ 0.003% P₂O₅ (เมื่อเจือจาง 1:500) ไปจนถึง 3.24% P ในมูลสุกรสด และอาจสูงกว่าในนํ้าสกัด ช่วยในการเจริญเติบโตของราก การออกดอก การสร้างเมล็ด และการพัฒนาผล
3. โพแทสเซียม (K) หรือ โพแทส (K₂O): มีรายงานตั้งแต่ 0.008% K₂O (เมื่อเจือจาง 1:500) ไปจนถึง 1.12% K ในมูลสุกรสด และอาจสูงกว่าในนํ้าสกัด ช่วยในการลำเลียงน้ำและอาหาร สร้างความแข็งแรงให้ลำต้น ช่วยให้พืชทนทานต่อโรคและแมลง และมีส่วนในการพัฒนาคุณภาพของผลผลิต เช่น รสชาติ สี และขนาด
 
ธาตุอาหารรอง (Secondary Nutrients): พืชต้องการในปริมาณปานกลาง
1. แคลเซียม (Ca) ประมาณ 45 - 95 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) :  เสริมสร้างความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช ช่วยในการแบ่งเซลล์ และการทำงานของเอนไซม์บางชนิด
2. แมกนีเซียม (Mg)ประมาณ 197 - 229 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) : เป็นส่วนประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์แสง
3. กำมะถัน (S): มีในปริมาณที่น้อยกว่าธาตุอาหารหลักและรองอื่นๆ เป็นส่วนประกอบของโปรตีนและเอนไซม์บางชนิด และช่วยในการสร้างคลอโรฟิลล์
จุลธาตุ (Micronutrients): พืชต้องการในปริมาณน้อย แต่ขาดไม่ได้
1. เหล็ก (Fe): ประมาณ 8 - 19 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) เกี่ยวข้องกับการสร้างคลอโรฟิลล์และการทำงานของเอนไซม์
2. แมงกานีส (Mn): ประมาณ 1 - 8 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) ช่วยในการทำงานของเอนไซม์หลายชนิด และมีบทบาทในการสังเคราะห์แสง
3. ทองแดง (Cu): ประมาณ 14 - 20 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) เกี่ยวข้องกับการทำงานของเอนไซม์ และการสร้างคลอโรฟิลล์
4. สังกะสี (Zn): ประมาณ 6 - 8 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) จำเป็นสำหรับการสร้างฮอร์โมนพืช และการทำงานของเอนไซม์
5. โบรอน (B): ประมาณ 1 - 2 มก./กก. ในมูลสุกร (น้ำหนักแห้ง) สำคัญต่อการออกดอก การติดผล การพัฒนาของเซลล์ และการลำเลียงน้ำตาล
6. โมลิบดินัม (Mo): มีในปริมาณที่น้อยมาก จำเป็นสำหรับการใช้ไนโตรเจนของพืช
7. คลอรีน (Cl): มีในปริมาณที่น้อยมาก เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์แสง และการรักษาสมดุลของน้ำในพืช

ปริมาณธาตุอาหารในนํ้าสกัดมูลสุกรจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น:
- อาหารที่สุกรได้รับ: คุณภาพและชนิดของอาหารจะมีผลต่อปริมาณธาตุอาหารในมูล
- วิธีการเลี้ยง: สภาพการเลี้ยงอาจส่งผลต่อองค์ประกอบของมูล
- กระบวนการสกัด: วิธีการสกัดและอัตราส่วนของมูลสุกรต่อน้ำ จะมีผลต่อความเข้มข้นของธาตุอาหารในนํ้าสกัด
- ระยะเวลาการหมัก (หากมีการหมัก): กระบวนการหมักอาจทำให้ธาตุอาหารบางชนิดอยู่ในรูปที่พืชนำไปใช้ได้ง่ายขึ้น

ประโยชน์ของนํ้าสกัดมูลสุกร:
- เป็นแหล่งธาตุอาหารสำหรับพืช: อุดมไปด้วยไนโตรเจน (N), ฟอสฟอรัส (P), โพแทสเซียม (K) และจุลธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
- ปรับปรุงดิน: ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และปรับปรุงโครงสร้างของดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช: ช่วยให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรง มีผลผลิตที่ดี และมีคุณภาพ
- เพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน: ช่วยให้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดินทำงานได้ดีขึ้น
- อาจช่วยป้องกันแมลงและโรคพืชบางชนิด: มีรายงานว่าสารสกัดบางชนิดจากมูลสัตว์สามารถช่วยไล่แมลงได้

วิธีการทำนํ้าสกัดมูลสุกรแบบง่าย:
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการนำ มูลสุกรแห้ง มาแช่ในน้ำสะอาด
1.  เตรียมมูลสุกร: ควรเป็นมูลสุกรที่แห้งและไม่มีสิ่งปนเปื้อนมากนัก
2.  เตรียมน้ำ: ใช้น้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปใช้อัตราส่วน มูลสุกร : น้ำ ประมาณ 1:10 โดยน้ำหนัก
3.  แช่มูลสุกร: นำมูลสุกรใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วเติมน้ำตามอัตราส่วน
4.  หมัก: ปิดฝาภาชนะให้สนิท แล้วปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง เพื่อให้ธาตุอาหารจากมูลสุกรละลายออกมาในน้ำ
5.  กรอง: กรองเอากากมูลสุกรออก จะได้นํ้าสกัดมูลสุกรที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาล
6.  นำไปใช้: นำนํ้าสกัดมูลสุกรที่ได้ไปเจือจางกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสมก่อนนำไปรดหรือฉีดพ่นให้กับพืช โดยทั่วไปใช้อัตราส่วน นํ้าสกัด : น้ำ ประมาณ 1:5 ถึง 1:10 ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและความเข้มข้นของนํ้าสกัด

ข้อควรระวัง:
- ความเข้มข้นของธาตุอาหารในนํ้าสกัดมูลสุกรอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอาหารที่สุกรได้รับและวิธีการทำ
- ควรเจือจางนํ้าสกัดก่อนนำไปใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้พืชได้รับธาตุอาหารมากเกินไปจนเกิดความเสียหาย
- ควรสังเกตการตอบสนองของพืชหลังการใช้ และปรับอัตราส่วนการเจือจางให้เหมาะสม

นอกจากวิธีง่ายๆ นี้แล้ว ยังมีกระบวนการทำนํ้าสกัดมูลสุกรที่ซับซ้อนกว่า เช่น การใช้จุลินทรีย์ EM (Effective Microorganisms) หรือการหมักร่วมกับกากน้ำตาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณค่าของนํ้าสกัด

หากคุณสนใจที่จะทำนํ้าสกัดมูลสุกรเพื่อใช้ในการเกษตร ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราส่วนที่เหมาะสมสำหรับพืชแต่ละชนิด และวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงผลเสียที่อาจเกิดขึ้น

นํ้าสกัดมูลสุกร

นํ้าสกัดมูลสุกร

เอกสารประกอบ

นํ้าสกัดมูลสุกร โดยสํานักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ - pig-nam.pdf

นํ้าสกัดมูลสุกร - pig.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283