นํ้าสกัดมูลค้างคาว
มูลค้างคาวที่ผ่านกระบวนการสกัดด้วยน้ำ
นํ้าสกัดมูลค้างคาว คือ ของเหลวที่ได้จากการนำ มูลค้างคาว มาผ่านกระบวนการสกัดด้วยน้ำ เพื่อให้ได้สารละลายที่อุดมไปด้วยธาตุอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟอสฟอรัส (P) ซึ่งเป็นจุดเด่นของมูลค้างคาว

วิธีการทำนํ้าสกัดมูลค้างคาวแบบง่าย:
1.  เตรียมมูลค้างคาว: ควรเป็นมูลค้างคาวแห้งและสะอาด
2.  เตรียมน้ำ: ใช้น้ำสะอาดในปริมาณที่เหมาะสม โดยทั่วไปใช้อัตราส่วน มูลค้างคาว : น้ำ ประมาณ 1:5 ถึง 1:10 โดยน้ำหนัก
3.  แช่มูลค้างคาว: นำมูลค้างคาวใส่ในภาชนะที่มีฝาปิด แล้วเติมน้ำตามอัตราส่วน
4.  หมัก (ไม่จำเป็น แต่ช่วยให้ธาตุอาหารละลายดีขึ้น): ปิดฝาภาชนะ อาจปล่อยทิ้งไว้ 1-2 วัน หรือนานกว่านั้นเล็กน้อย
5.  กรอง: กรองเอากากมูลค้างคาวออก จะได้นํ้าสกัดมูลค้างคาว
6.  นำไปใช้: เจือจางกับน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสมก่อนนำไปรดหรือฉีดพ่นให้กับพืช โดยทั่วไปใช้อัตราส่วน นํ้าสกัด : น้ำ ประมาณ 1:5 ถึง 1:10 ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและระยะการเจริญเติบโต

ปริมาณธาตุอาหารพืชในนํ้าสกัดมูลค้างคาว:
มูลค้างคาวขึ้นชื่อในเรื่องของปริมาณ ฟอสฟอรัส (P) ที่สูงมาก โดยทั่วไปจะมีปริมาณฟอสฟอรัส (ในรูป P₂O₅) อยู่ระหว่าง 7% ถึง 15% หรือสูงกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของค้างคาวและอาหารของมัน

สำหรับธาตุอาหารอื่นๆ โดยประมาณในมูลค้างคาว (ก่อนการสกัด):
- ฟอสฟอรัส (P) (ในรูป P₂O₅): 7% ถึง 15% หรือสูงกว่า (ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับมูลสัตว์ชนิดอื่น)
- ไนโตรเจน (N): 1% ถึง 3%
- โพแทสเซียม (K) (ในรูป K₂O): 1% ถึง 2%
- แคลเซียม (Ca): มีรายงานประมาณ 18% ในมูลค้างคาวบางชนิด
- แมกนีเซียม (Mg): มีรายงานประมาณ 0.48% ในมูลค้างคาวบางชนิด
ธาตุอาหารรองและจุลธาตุอื่นๆ: เช่น กำมะถัน (S), โบรอน (B), แมงกานีส (Mn), สังกะสี (Zn), เหล็ก (Fe), ทองแดง (Cu), โมลิบดินัม (Mo), และคลอรีน (Cl) มีอยู่ในปริมาณน้อย

ประโยชน์ของนํ้าสกัดมูลค้างคาว:
 เป็นแหล่งฟอสฟอรัสสูง: มูลค้างคาวมีปริมาณฟอสฟอรัสสูงมาก ซึ่งเป็นธาตุอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของราก การออกดอก การสร้างเมล็ด และการพัฒนาผล
 มีธาตุอาหารอื่นๆ: นอกจากฟอสฟอรัสแล้ว ยังมีธาตุอาหารอื่นๆ เช่น ไนโตรเจน (N) โพแทสเซียม (K) และจุลธาตุต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสม
 ช่วยในการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสที่สูงช่วยกระตุ้นการสร้างดอกและพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพดี
 ปรับปรุงดิน: ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ทำให้ดินร่วนซุย และระบายน้ำได้ดี
 ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก: รากที่แข็งแรงจะช่วยให้พืชดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้ดีขึ้น
 เป็นปุ๋ยอินทรีย์: เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 
ข้อควรระวัง:
 นํ้าสกัดมูลค้างคาวมีความเข้มข้นของธาตุอาหารสูง โดยเฉพาะฟอสฟอรัส ดังนั้น ต้องเจือจางก่อนใช้งานเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้พืชได้รับธาตุอาหารมากเกินไปจนเกิดความเสียหาย
 เริ่มต้นด้วยอัตราส่วนเจือจางที่ต่ำก่อน และสังเกตการตอบสนองของพืช หากจำเป็นจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้น
 มูลค้างคาวบางแหล่งอาจมีเชื้อโรค ควรระมัดระวังในการจัดการและใช้งาน

นํ้าสกัดมูลค้างคาวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการบำรุงการออกดอกและติดผลของพืช หากใช้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตที่ดีครับ ที่นาเริง นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม การใช้น้ำสกัดมูลค้างคาวอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปุ๋ยฟอสฟอรัสคุณภาพสูงจากแหล่งธรรมชาติ
PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283