ปุ๋ยหมักโปรแทสเซียมสูง
พืชที่กำลังออกดอก ติดผล หรือลงหัว
การทำปุ๋ยหมักที่มีโพแทสเซียมสูงอาจต้องเน้นไปที่การใช้วัสดุที่มีโพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบหลัก แม้ว่าวัสดุธรรมชาติส่วนใหญ่จะมีโพแทสเซียมในปริมาณที่ไม่สูงมากนัก แต่ก็มีบางอย่างที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มปริมาณโพแทสเซียมในปุ๋ยหมักได้บ้าง 

วัสดุที่อาจมีโพแทสเซียมสูงกว่าวัสดุอื่นๆ:
- ขี้เถ้า: เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดีมาก โดยเฉพาะขี้เถ้าจากการเผาไม้และเปลือกผลไม้ แต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นด่างสูง อาจส่งผลต่อค่า pH ของดินได้
- เปลือกผลไม้: โดยเฉพาะเปลือกกล้วย เปลือกส้ม และเปลือกแตงโม มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง
- กากเมล็ดทานตะวัน: มีโพแทสเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ
- เศษพืชสด เช่น ต้นถั่วเขียว ต้นถั่วพุ่ม
- สาหร่ายทะเล: มีโพแทสเซียมและแร่ธาตุหลากหลายชนิด
- มูลสัตว์: โดยเฉพาะมูลไก่ มีโพแทสเซียมในระดับหนึ่ง

สูตรปุ๋ยหมักโพแทสเซียมสูง

สูตรเน้นเปลือกผลไม้และขี้เถ้า
- เปลือกกล้วย: มีโพแทสเซียมสูงมาก
- เปลือกแตงโม: มีโพแทสเซียมรองลงมา
- ขี้เถ้าแกลบ หรือขี้เถ้าจากการเผาไม้ (ไม่ควรมีสารเคมีปนเปื้อน): เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดี
- เศษผักและผลไม้อื่นๆ: เพื่อเพิ่มความหลากหลายของธาตุอาหาร
- ใบไม้แห้ง หรือฟาง: เป็นแหล่งคาร์บอน
- มูลสัตว์ (เล็กน้อย): ช่วยกระตุ้นการย่อยสลาย (ถ้ามี)

วิธีทำ:
1. นำวัสดุทั้งหมดมาหั่นหรือสับให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยสลายได้ง่ายขึ้น
2. ผสมวัสดุต่างๆ ในอัตราส่วนโดยประมาณ:
+ เปลือกกล้วย/เปลือกแตงโม: 3 ส่วน
+ ขี้เถ้า: 0.5 - 1 ส่วน (ระวังอย่าใส่มากเกินไป เพราะอาจทำให้ค่า pH สูงเกินไป)
+ เศษผักผลไม้อื่นๆ: 2 ส่วน
+ ใบไม้แห้ง/ฟาง: 2-3 ส่วน
+ มูลสัตว์ (ถ้ามี): เล็กน้อย
3. คลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำเล็กน้อยให้มีความชื้นพอหมาดๆ
4. นำไปกองหมักในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเท หรือใส่ในภาชนะสำหรับหมัก
5. พลิกกลับกองปุ๋ยทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มอากาศและเร่งการย่อยสลาย
6. รักษาระดับความชื้น หากแห้งเกินไปให้เติมน้ำเล็กน้อย
7. รอจนปุ๋ยหมักมีลักษณะร่วนซุย สีน้ำตาลเข้ม ไม่มีกลิ่นเหม็น ก็สามารถนำไปใช้ได้

ข้อควรระวัง:
! ปริมาณขี้เถ้า: การใส่ขี้เถ้ามากเกินไปอาจทำให้ปุ๋ยหมักมีค่า pH สูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับพืชบางชนิด ควรใส่ในปริมาณที่เหมาะสม
! วัสดุที่ไม่ควรนำมาหมัก: เศษอาหารที่มีไขมันหรือเนื้อสัตว์ อาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นและดึงดูดแมลง
! ระยะเวลาการหมัก: ระยะเวลาในการหมักจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับวัสดุและสภาพแวดล้อม โดยทั่วไปอาจใช้เวลา 1-3 เดือน

การนำไปใช้:
ปุ๋ยหมักโพแทสเซียมสูงนี้เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการโพแทสเซียมมาก เช่น พืชที่กำลังออกดอก ติดผล หรือลงหัว คุณสามารถนำไปผสมดินปลูก รองก้นหลุม หรือใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินได้

 แนวทางการทำปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มโพแทสเซียม:
+ ใช้วัสดุที่มีโพแทสเซียมเป็นส่วนประกอบหลัก: เน้นการใช้ขี้เถ้า (ในปริมาณที่จำกัด) เปลือกผลไม้ และกากเมล็ดทานตะวัน เป็นส่วนผสมหลักในกองปุ๋ยหมัก
+ ทำปุ๋ยหมักจากเปลือกผลไม้โดยเฉพาะ: รวบรวมเปลือกกล้วย เปลือกส้ม หรือเปลือกแตงโม มาหมักโดยตรง อาจผสมกับกากน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อเร่งกระบวนการ
+ เสริมด้วยขี้เถ้า: หากใช้ขี้เถ้า ควรใช้ในปริมาณน้อย (ไม่เกิน 10% ของปริมาตรกองปุ๋ยหมัก) และผสมให้เข้ากันดี เพื่อป้องกันค่า pH สูงเกินไป
+ ใช้สาหร่ายทะเล: หากหาได้ สามารถนำสาหร่ายทะเลมาล้างน้ำจืดและผสมลงในกองปุ๋ยหมักได้

ข้อควรทราบ:
+ ปริมาณโพแทสเซียมในปุ๋ยหมักธรรมชาติอาจไม่สูงเท่าปุ๋ยเคมี
+ การใช้ขี้เถ้าต้องระมัดระวังเรื่องค่า pH ของดิน ควรตรวจสอบ pH ดินเป็นระยะ
+ โพแทสเซียมมีความสำคัญต่อการสร้างความแข็งแรงของพืช การลำเลียงน้ำและอาหาร และการพัฒนาผลผลิต

การทำปุ๋ยหมักโพแทสเซียมสูงอาจต้องเน้นการใช้วัตถุดิบที่มีโพแทสเซียมเป็นหลัก และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลชัดเจน การใช้ปุ๋ยหมักร่วมกับการดูแลดินและพืชอย่างเหมาะสมจะช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารครบถ้วนและแข็งแรง
PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283