ปุ๋ยหมักฟอสฟอรัสสูง
เพื่อการเจริญเติบโตของราก ดอก และผล
ปุ๋ยหมักฟอสฟอรัส

ปุ๋ยหมักที่มีฟอสฟอรัสสูงสามารถทำได้โดยการเพิ่มวัสดุอินทรีย์ที่มีฟอสฟอรัสสูงลงในกองปุ๋ยหมักของคุณ นี่คือแหล่งฟอสฟอรัสตามธรรมชาติที่คุณสามารถใช้ได้ 
- กระดูกป่น  เป็นแหล่งฟอสฟอรัสที่ยอดเยี่ยมและปล่อยออกมาอย่างช้าๆ เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการฟอสฟอรัสในระยะยาว
- ขี้ค้างคาว (Bat Guano)  มีฟอสฟอรัสสูงและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อดิน
- มูลสัตว์  โดยเฉพาะมูลไก่และมูลม้ามีฟอสฟอรัสสูง ควรกำจัดเชื้อโรคโดยการหมักก่อนใช้
- เปลือกกล้วย  มีทั้งฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
- ขี้เถ้าไม้  มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม แต่ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะเพราะมีความเป็นด่างสูง
- ปุ๋ยหมักจากปลา (Fish Compost) และกากปลา (Fish Meal)  เป็นแหล่งฟอสฟอรัสที่ดีและยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน
- ร็อคฟอสเฟต (Rock Phosphate)  เป็นแร่ธาตุที่มีฟอสฟอรัสสูงและค่อยๆ ปลดปล่อยฟอสฟอรัสออกมา
- น้ำจากตู้ปลา  มีของเสียจากปลาและสาหร่าย ซึ่งเป็นแหล่งฟอสฟอรัสที่ดี

  ปุ๋ยหมักที่มีฟอสฟอรัสสูง   คือปุ๋ยอินทรีย์ที่ผ่านการหมักจากวัสดุอินทรีย์ที่มีธาตุฟอสฟอรัส (P) สูง เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการธาตุนี้เพื่อการเจริญเติบโตของราก ดอก และผล เช่น พืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก ฯลฯ

 สูตรทำปุ๋ยหมักฟอสฟอรัสสูง (สูตรพื้นบ้าน)
วัสดุ 
  มูลไก่แห้ง 20 กิโลกรัม
  กากปลา หรือเศษปลาบด 10 กิโลกรัม
  แกลบดำ 10 กิโลกรัม
  เศษพืชสด (ใบไม้ ยอดถั่ว ฯลฯ) 10 กิโลกรัม
  กากน้ำตาล 1 ลิตร
  น้ำสะอาด 20 ลิตร
  หัวเชื้อจุลินทรีย์ (EM หรือจุลินทรีย์หมักพืชสด) 500 ซีซี
วิธีทำ 
1. คลุกส่วนผสมแห้งทั้งหมดเข้าด้วยกัน
2. ผสมน้ำสะอาด + กากน้ำตาล + จุลินทรีย์ แล้วรดลงไป
3. คลุกให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ แล้วหมักในกองหรือในถังปิดฝา มีช่องระบายอากาศ
4. พลิกกองหมักทุก 3–5 วัน
5. หมักนาน 15–30 วัน จนหายร้อน และไม่มีกลิ่นเหม็น หมักในกองปุ๋ยหรือถังหมักเป็นเวลา 2-3 เดือน
วิธีใช้ 
- ใส่รองก้นหลุมปลูก   200–500 กรัม/ต้น
- หว่านรอบทรงพุ่ม   0.5–2 กก./ต้น ขึ้นกับขนาดพืช
- ผสมในดินปลูกผัก   10–20% ของปริมาตรดิน

หากต้องการให้ปุ๋ยหมักมีฟอสฟอรัสดูดซึมง่าย ควรใส่ร่วมกับวัสดุที่มีจุลินทรีย์ย่อยสลายดี และควบคุม pH ให้อยู่ในช่วง   6.0–7.0   ด้วย จะช่วยให้พืชดูดฟอสฟอรัสได้เต็มที่

วิธีเพิ่มฟอสฟอรัสในปุ๋ยหมัก 
1.    ใส่ส่วนผสมที่มีฟอสฟอรัสสูง  เลือกวัสดุอินทรีย์ที่มีฟอสฟอรัสสูงจากรายการด้านบนและใส่ลงในกองปุ๋ยหมักของคุณ
2.    บดวัสดุให้มีขนาดเล็ก  การบดวัสดุให้มีขนาดเล็กลงจะช่วยให้จุลินทรีย์ย่อยสลายได้ง่ายขึ้นและปลดปล่อยฟอสฟอรัสได้เร็วขึ้น
3.    รักษาความชื้นที่เหมาะสม  กองปุ๋ยหมักควรมีความชื้นประมาณ 60-70% เพื่อให้จุลินทรีย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4.    พลิกกองปุ๋ยหมัก  การพลิกกองปุ๋ยหมักเป็นประจำจะช่วยให้อากาศถ่ายเทและกระบวนการย่อยสลายเร็วขึ้น
5.    ใช้ร็อคฟอสเฟต  สามารถผสมร็อคฟอสเฟตลงในกองปุ๋ยหมักโดยตรงในอัตราส่วน 5-10% โดยน้ำหนัก

  ประโยชน์ของปุ๋ยหมักที่มีฟอสฟอรัสสูง 
- ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก  ฟอสฟอรัสมีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบรากที่แข็งแรง
- เพิ่มการออกดอกและติดผล  ช่วยให้พืชออกดอกมากขึ้น ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น และติดผลดี
- เสริมสร้างความแข็งแรงของลำต้นและกิ่ง  ทำให้พืชมีความแข็งแรง ทนทานต่อลมและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย
- เพิ่มความต้านทานโรค  ช่วยให้พืชมีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชมากขึ้น
- เร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิต  โดยรวมแล้วจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตที่สูงขึ้น

การทำปุ๋ยหมักที่มีฟอสฟอรัสสูงเป็นวิธีที่ดีในการปรับปรุงดินและให้ธาตุอาหารที่จำเป็นแก่พืชของคุณอย่างยั่งยืน
PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283