เชื้อไวรัสเอ็นพีวี
เข้าทำลายแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนอนผีเสื้อ
เชื้อไวรัสเอ็นพีวี (NPV: Nuclear Polyhedrosis Virus) เป็นกลุ่มของไวรัสในวงศ์ Baculoviridae ที่มีความจำเพาะเจาะจงในการเข้าทำลายแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนอนผีเสื้อ (order Lepidoptera) ซึ่งเป็นศัตรูพืชที่สำคัญในทางการเกษตร
ลักษณะสำคัญของเชื้อไวรัสเอ็นพีวี:
- ความจำเพาะต่อแมลงเป้าหมาย: ไวรัสเอ็นพีวีแต่ละชนิดมักจะมีความจำเพาะต่อหนอนผีเสื้อบางชนิดเท่านั้น เช่น ไวรัส NPV ที่ทำลายหนอนกระทู้ผัก ก็จะทำลายเฉพาะหนอนกระทู้ผัก ไม่ส่งผลกระทบต่อหนอนชนิดอื่น แมลงที่มีประโยชน์ หรือสัตว์อื่นๆ
- ความปลอดภัย: มีความปลอดภัยสูงต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก ปลา และแมลงที่มีประโยชน์ เช่น แมลงห้ำ แมลงเบียน และผึ้ง
- เกิดขึ้นตามธรรมชาติ: ไวรัสเอ็นพีวีสามารถพบได้ตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมทางการเกษตร
- ลักษณะการเกิดโรค: หนอนที่ได้รับเชื้อไวรัสเอ็นพีวีจะแสดงอาการป่วย เช่น กินอาหารน้อยลง เคลื่อนไหวช้าลง สีผิวเปลี่ยนไป และมักจะตายในลักษณะที่ตัวห้อยหัวลงคล้ายตัว "V" หรือห้อยตรงลงมา โดยลำตัวจะอ่อนนิ่มและแตกง่ายเมื่อถูกสัมผัส ภายในตัวหนอนที่ตายแล้วจะมีอนุภาคไวรัสจำนวนมาก
เชื้อไวรัสเอ็นพีวี (NPV) ทำลายแมลงเป้าหมาย (โดยเฉพาะหนอนผีเสื้อ) ผ่านกระบวนการดังนี้:
1. การกินเชื้อไวรัส: หนอนจะได้รับเชื้อไวรัสเอ็นพีวีโดยการกินส่วนต่างๆ ของพืชที่ปนเปื้อนอนุภาคไวรัส (polyhedral inclusion bodies - PIBs)
2. การละลายของ PIB ในลำไส้: เมื่อ PIB เข้าสู่ลำไส้ที่มีสภาพเป็นด่าง (pH > 9) ของหนอน โปรตีนที่ห่อหุ้ม PIB จะค่อยๆ ละลาย ทำให้ไวรัสที่อยู่ภายในถูกปล่อยออกมา
3. การเข้าสู่เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้: อนุภาคไวรัสจะเข้าสู่เซลล์เยื่อบุผนังลำไส้และเริ่มกระบวนการแบ่งตัว (replication)
4. การแพร่กระจายทั่วร่างกาย: หลังจากแบ่งตัวในเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้ ไวรัสจะแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือด (hemolymph) และไปยังเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น เซลล์ไขมัน ท่อลม และผิวหนัง
5. การแบ่งตัวในนิวเคลียสของเซลล์: ไวรัสเอ็นพีวีจะเข้าสู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์เป้าหมายและทำการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการสร้างอนุภาคไวรัสใหม่จำนวนมาก
6. การสร้าง PIB ภายในเซลล์: ในระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ ไวรัสจะสร้างโครงสร้างโปรตีนห่อหุ้มอนุภาคไวรัสใหม่เหล่านี้ กลายเป็น PIB จำนวนมากอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ที่ติดเชื้อ
7. การตายของหนอน: การเพิ่มจำนวนของไวรัสและการสร้าง PIB จำนวนมากจะรบกวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายหนอน ทำให้หนอนอ่อนแอลง หยุดกินอาหาร เคลื่อนไหวช้าลง และตายในที่สุด โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส ปริมาณเชื้อที่ได้รับ และขนาดของหนอน
8. การปลดปล่อย PIB สู่สิ่งแวดล้อม: เมื่อหนอนตาย ลำตัวจะอ่อนนิ่มและแตกง่าย ทำให้ PIB จำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อไปยังหนอนตัวอื่นๆ ต่อไป

ลักษณะอาการของหนอนที่ถูกทำลายโดยไวรัส NPV:
- กินอาหารน้อยลงหรือหยุดกินอาหาร
- เคลื่อนไหวช้าลง ซึม
- สีผิวอาจเปลี่ยนไป (เช่น เป็นสีขาวขุ่น สีเหลือง หรือสีน้ำตาล)
- ลำตัวอ่อนนิ่ม เหลว
- มักจะห้อยหัวลงมาจากส่วนต่างๆ ของพืชคล้ายรูปตัว "V" หรือห้อยตรงลงมา
- เมื่อสัมผัสถูกตัว จะแตกและมีของเหลวสีขาวขุ่นหรือน้ำตาลไหลออกมา
! การทำลายของไวรัส NPV เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา แต่มีความจำเพาะต่อแมลงเป้าหมายสูงและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการควบคุมศัตรูพืชแบบชีวภาพ
ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ในทางการเกษตร:
เชื้อไวรัสเอ็นพีวีถูกนำมาใช้เป็น สารควบคุมแมลงศัตรูพืชทางชีวภาพ (biopesticide) ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีประโยชน์ดังนี้:
+ ควบคุมหนอนผีเสื้อศัตรูพืช: สามารถใช้ควบคุมหนอนศัตรูพืชที่สำคัญหลายชนิด เช่น หนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนใยผัก หนอนคืบกะหล่ำ และหนอนเจาะผลต่างๆ
+ ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช: เป็นทางเลือกในการลดการพึ่งพาสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
+ ไม่ตกค้างในผลผลิต: เนื่องจากเป็นจุลินทรีย์ที่จำเพาะต่อแมลง จึงไม่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้างในผลผลิตทางการเกษตร
+ ส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืน: เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย
วิธีการใช้เชื้อไวรัสเอ็นพีวี:
วิธีการใช้โดยทั่วไปคล้ายกับการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช คือ นำเชื้อไวรัสเอ็นพีวีมาผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่แนะนำบนฉลาก และอาจผสมสารจับใบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะติดบนใบพืช จากนั้นนำไปฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช โดยเน้นบริเวณที่หนอนระบาด
ข้อควรทราบในการใช้เชื้อไวรัสเอ็นพีวี:
- ความจำเพาะ: ต้องเลือกใช้เชื้อไวรัสเอ็นพีวีให้ตรงกับชนิดของหนอนที่ต้องการควบคุม
- ระยะการใช้: ควรใช้ในระยะที่หนอนยังมีขนาดเล็ก (วัยต้นๆ) จะได้ผลดีกว่าหนอนที่มีขนาดใหญ่
- สภาพแวดล้อม: แสงแดดจัดและอุณหภูมิสูงอาจลดประสิทธิภาพของไวรัสเอ็นพีวี ควรฉีดพ่นในช่วงเย็น หรือช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด
- การเก็บรักษา: ควรเก็บรักษาเชื้อไวรัสเอ็นพีวีในที่เย็นและแห้ง เพื่อรักษาประสิทธิภาพ
เชื้อไวรัสเอ็นพีวีเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการควบคุมหนอนผีเสื้อศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการลดการใช้สารเคมีและทำเกษตรแบบยั่งยืน
เอกสารประกอบ
เชื้อไวรัสเอ็นพีวี - NPV.pdf
คู่มือไวรัสเอ็นพีวี - NPV-manual.pdf
การใช้ไวรัสเอ็นพีวี - NPV-usage.pdf
PGS นครศรีธรรมราช
เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช
ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0816577283
