โสนอัฟริกัน
พืชตระกูลถั่วที่เป็นปุ๋ยพืชสดชั้นดี
โสนอัฟริกัน (ชื่อวิทยาศาสตร์: Sesbania rostrata) เป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือมีปมตรึงไนโตรเจนที่ลำต้นและราก ทำให้มีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้ดี นิยมใช้เป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อบำรุงดินในพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะในนาข้าว เนื่องจากเจริญเติบโตเร็ว ให้ชีวมวลสูง และปรับตัวได้ดีในสภาพดินชื้นแฉ

โสนอัฟริกัน (Sesbania rostrata) มีลักษณะที่โดดเด่นดังนี้
- ลำต้น เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านน้อย มีลักษณะเด่นคือ มีปมสีน้ำตาลแดงขนาดเล็กจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วไปตามลำต้นและกิ่ง ซึ่งเป็นบริเวณที่แบคทีเรียไรโซเบียมอาศัยอยู่และทำการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ
- ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก (ประมาณ 20-50 คู่) ใบย่อยมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน ปลายมน สีเขียวอ่อน
- ดอก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกมีสีเหลืองสดใส กลีบดอกมีลักษณะคล้ายดอกถั่ว เริ่มออกดอกเมื่อมีอายุประมาณ 45-50 วันหลังปลูก
- ฝัก มีลักษณะเป็นฝักยาว ทรงกระบอก กลม ยาวประมาณ 15-25 เซนติเมตร กว้างประมาณ 0.5 เซนติเมตรในหนึ่งฝักจะมีเมล็ดประมาณ 11-17 เมล็ด ฝักจะทยอยสุกแก่จากโคนต้นไปหายอด เมื่อแก่เต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
- เมล็ด มีขนาดเล็ก รูปรี ยาวประมาณ 0.4 เซนติเมตร สีน้ำตาล
- ระบบราก มีระบบรากแก้วที่แข็งแรง และมีรากแขนงแผ่กระจาย มีปมรากเช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วอื่นๆ ซึ่งช่วยในการตรึงไนโตรเจน
ลักษณะเด่นอื่นๆ เจริญเติบโตเร็วมาก ทนทานต่อสภาพน้ำขังและดินเค็มได้ดีกว่าพืชตระกูลถั่วชนิดอื่นๆ สามารถปรับตัวได้ในสภาพอากาศทั่วไป

คุณสมบัติเด่นของโสนอัฟริกันในการเป็นปุ๋ยพืชสด:
เจริญเติบโตเร็ว: โสนอัฟริกันมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วมาก โดยสามารถให้ผลผลิตน้ำหนักสดสูงภายในระยะเวลา 45-60 วันหลังปลูก ทำให้สามารถไถกลบเพื่อบำรุงดินได้อย่างรวดเร็ว
ตรึงไนโตรเจน: เช่นเดียวกับพืชตระกูลถั่วอื่นๆ โสนอัฟริกันมีปมรากที่อาศัยอยู่ร่วมกับแบคทีเรียไรโซเบียม ซึ่งมีความสามารถในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศมาเป็นปุ๋ยในดินได้ ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินโดยเฉพาะธาตุไนโตรเจน ซึ่งเป็นธาตุอาหารหลักที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช
ให้ปริมาณชีวมวลสูง: โสนอัฟริกันสามารถให้ปริมาณน้ำหนักสดต่อไร่สูง ทำให้เมื่อไถกลบลงดิน จะเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น
ทนทานต่อสภาพแวดล้อม: โสนอัฟริกันมีความทนทานต่อสภาพแห้งแล้งและสภาพดินที่ไม่สมบูรณ์ได้ดี ทำให้สามารถปลูกได้ในหลากหลายพื้นที่และฤดูกาล
มีธาตุอาหารอื่นๆ: นอกจากไนโตรเจนแล้ว โสนอัฟริกันยังมีธาตุอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อพืช เช่น ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม แม้ว่าจะมีปริมาณน้อยกว่าไนโตรเจน แต่ก็มีส่วนช่วยในการบำรุงดิน
วิธีการใช้โสนอัฟริกันเป็นปุ๋ยพืชสด:

การเตรียมดิน: ไถพรวนดินเพื่อเตรียมแปลงปลูก
+ การปลูก: หว่านเมล็ดโสนอัฟริกันในอัตราประมาณ 5-8 กิโลกรัมต่อไร่ หรืออาจใช้วิธีหว่านเป็นแถวหรือหยอดเป็นหลุมก็ได้
+ การดูแลรักษา: โดยทั่วไปแล้ว โสนอัฟริกันต้องการน้ำปานกลาง ไม่จำเป็นต้องดูแลรักษามากนัก
+ การไถกลบ: เมื่อโสนอัฟริกันมีอายุประมาณ 45-60 วัน หรือเริ่มออกดอก ซึ่งเป็นช่วงที่พืชมีปริมาณธาตุอาหารสูงสุด ให้ทำการตัดหรือสับต้นโสนให้มีขนาดเล็กลง แล้วไถกลบลงในดินขณะที่ดินยังมีความชื้น
+ การทิ้งระยะ: ทิ้งระยะให้ซากพืชย่อยสลายในดินประมาณ 1-2 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำการปลูกพืชหลักตาม

ประโยชน์ของการใช้โสนอัฟริกันเป็นปุ๋ยพืชสด:
- เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน: โดยเฉพาะธาตุไนโตรเจนและอินทรียวัตถุ
- ปรับปรุงโครงสร้างดิน: ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี
- ควบคุมวัชพืช: การเจริญเติบโตที่รวดเร็วของโสนอัฟริกันสามารถช่วยคลุมดินและลดการงอกของวัชพืชได้บ้าง
- เพิ่มผลผลิต: ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์และโครงสร้างที่ดีจะส่งผลให้พืชหลักเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตสูงขึ้น

โสนอัฟริกันจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปรับปรุงบำรุงดินด้วยวิธีธรรมชาติ และทำการเกษตรอย่างยั่งยืน

โสนอัฟริกัน

ดอกโสนอัฟริกัน

เอกสารประกอบ

โสนอัฟริกัน - sano_af.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283