มูลค้างคาว ขี้ค้างคาว
ทองคำดำ เป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณค่าสูงมาก
 ขี้ค้างคาว หรือที่หลายคนเรียกว่า ทองคำดำ นั้นเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณค่าสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของปริมาณธาตุอาหารพืชที่สูงกว่าปุ๋ยคอกจากสัตว์ชนิดอื่นๆ ทำให้ขี้ค้างคาวเป็นที่ต้องการของเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชผล

ค้างคาว ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกน้ำนมชนิดเดียวที่บินได้ ค้างคาวมีหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นค้างคาวที่กินผลไม้ ที่เหลือกินแมลงและสัตว์ขนาดเล็ก ทำให้มูลค้างคาวมีธาตุฟอสฟอรัสสูง ซึ่งเป็นอาหารหลักของพืช รวมทั้งมีสารอาหารรอง เช่น แคลเซียมสูง และสารอาหารเสริมของพืชที่สูงอีกด้วย
มูลค้างคาวคือ ขี้ของค้างคาวที่อยู่ตามธรรมชาติ ลักษณะจะเป็นเม็ดเล็กๆ สีดำ มีกลิ่นแรง โดยค้างคาวมีหลายชนิด สามารถแบ่งได้เป็นหมวดใหญ่ได้เป็นสองหมวดหมู่
1. ค้างคาวกินพืช เช่น ค้างคาวหน้ายาวใหญ่,ค้างคาวเล็บกุด เป็นต้น
2. ค้างคาวกินแมลง เช่น ค้างคาวหนู,ค้างคาวหน้ายักษ์เล็ก,ค้างคาวยอดกล้วยผีเสื้อ เป็นต้น

ตารางเปรียบเทียบธาตุอาหารพืชที่เป็นธาตุอาหารหลัก, ธาตุอาหารรอง, และธาตุอาหารเสริมของมูลค้างคาวกินแมลงและมูลค้างคาวกินผลไม้:                      
 มูลค้างคาวกินแมลง     N: 8-12%, P: 10-16%, K: 0.5-1.0%         Ca: 0.40-0.60%, Mg: 0.20-0.30%, S: 0.15-0.25%  Fe: 0.005%, Mn: 0.002%, Zn: 0.001%, Cu: 0.0008%, B: 0.0004%, Mo: 0.0003%  
 มูลค้างคาวกินผลไม้    N: 3-4%, P: 1-2%, K: 2-3%                Ca: 1.00-1.50%, Mg: 0.30-0.50%, S: 0.20-0.30%  Fe: 0.002%, Mn: 0.001%, Zn: 0.0005%, Cu: 0.0003%, B: 0.0002%, Mo: 0.0001%  
 
ธาตุอาหารหลักในขี้ค้างคาว
1. ไนโตรเจน (N): ช่วยให้พืชเจริญเติบโตและมีใบเขียวเข้ม
2. ฟอสฟอรัส (P): ส่งเสริมการเจริญเติบโตของรากและดอก ทำให้พืชออกดอกติดผลดี
3. โพแทสเซียม (K): ช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานโรค และช่วยในการสังเคราะห์แสง
ธาตุอาหารครบทั้ง 13 ชนิด ที่พืชต้องการจากทางดิน คือ ไนโตรเจน , ฟอสฟอรัส, โปแตสเซี่ยม , แคลเซี่ยม , แมกนีเซี่ยม , กำมะถัน , โบรอน ,เหล็ก , แมงกานีส , สังกะสี , โมลิบดินั่ม ,ทองแดง และ คลอรีนให้ธาตุฟอสฟอรัสมากเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงมีบทบาทในการเร่งให้พืชติดดอกออกผลได้ดีขึ้น เหมาะเป็นพิเศษกับไม้ดอก และ สวนผลไม้การใช้มูลค้างคาวอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้เชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นเประโยชน์ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้เกิดการสลายตัวของอินทรีย์สาร ธาตุอาหารพืช ทีถูกดินยึดไว้ละลายกลับออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชอีกครั้งช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน กระตุ้นการแตกราก ทำให้ การดูดธาตุอาหาร และน้ำ จากดินเพิ่มขึ้น ส่งเสริมการเจริญเติมโตต่อพืช จึงเหมาะกับพืชทุกชนิดเสริมสร้างผนังเซลล์ของพืช ทำให้ขั้วเหนียวบำรุงต้นให้เจริญเติมโต และช่วยป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรีย

เหตุใดขี้ค้างคาวจึงมีธาตุอาหารสูง?
> อาหารของค้างคาว: ค้างคาวหลายชนิดกินแมลง ซึ่งแมลงเหล่านี้มีโปรตีนสูง ทำให้มูลของค้างคาวมีไนโตรเจนสูงตามไปด้วย
> กระบวนการย่อยอาหาร: ระบบย่อยอาหารของค้างคาวมีประสิทธิภาพสูง ทำให้สารอาหารในอาหารถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และมูลที่ออกมาจึงอุดมไปด้วยธาตุอาหาร
> สภาพแวดล้อมในถ้ำ: สภาพแวดล้อมในถ้ำที่ค้างคาวอาศัยอยู่ มีความชื้นสูงและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการหมักสลายของมูล ทำให้เกิดปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพสูง

ประโยชน์ของขี้ค้างคาวต่อพืช
- เร่งการเจริญเติบโต: เนื่องจากมีไนโตรเจนสูง ทำให้พืชเจริญเติบโตได้เร็ว
- ส่งเสริมการออกดอกและติดผล: ฟอสฟอรัสในขี้ค้างคาวช่วยให้พืชออกดอกและติดผลดก
- เพิ่มความแข็งแรงให้พืช: โพแทสเซียมช่วยให้พืชแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลง
- ปรับปรุงโครงสร้างดิน: ขี้ค้างคาวช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น

การใช้ขี้ค้างคาวอย่างมีประสิทธิภาพ
- การหมัก: ควรหมักขี้ค้างคาวให้สุกก่อนนำไปใช้ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคและปรับปรุงคุณภาพของปุ๋ย
- อัตราส่วนที่เหมาะสม: ควรใส่ปุ๋ยหมักขี้ค้างคาวในปริมาณที่เหมาะสมกับชนิดของพืชและสภาพดิน
- การผสมกับปุ๋ยอื่นๆ: สามารถผสมปุ๋ยหมักขี้ค้างคาวกับปุ๋ยเคมีชนิดอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ปุ๋ย

ข้อควรระวัง:
- ราคา: ขี้ค้างคาวมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นปุ๋ยที่มีคุณภาพดีและหาได้ยาก
- แหล่งที่มา: ควรเลือกซื้อขี้ค้างคาวจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ปุ๋ยที่มีคุณภาพดี

น้ำหมักขี้ค้างคาว ถือเป็นหนึ่งในน้ำหมักชีวภาพที่มีคุณค่าสูงมาก เนื่องจากขี้ค้างคาวเองก็อุดมไปด้วยธาตุอาหารพืชที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อนำมาหมักและสกัดเป็นน้ำหมัก จะได้สารละลายเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงพืชได้อย่างดีเยี่ยม

วิธีการทำน้ำหมักขี้ค้างคาว
สูตรพื้นฐาน:
- ขี้ค้างคาว 1 กิโลกรัม
- น้ำเปล่า 10 ลิตร
- กากน้ำตาล 1 ลิตร
วิธีทำ:
1. นำขี้ค้างคาวมาผสมกับน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน
2. เติมกากน้ำตาล คนให้เข้ากันอีกครั้ง
3. หมักทิ้งไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในภาชนะที่ปิดสนิทและมีช่องระบายอากาศ
4. หลังจากนั้นนำมากรองเอาแต่น้ำไปใช้

ทำไมน้ำหมักขี้ค้างคาวถึงดี?
- ธาตุอาหารครบถ้วน: มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมในปริมาณที่สูง ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
- เร่งการเจริญเติบโต: ช่วยให้พืชแตกกิ่งก้านสาขา ออกดอก ออกผลเร็วขึ้น
- เพิ่มผลผลิต: ทำให้พืชให้ผลผลิตมากขึ้น และผลผลิตมีคุณภาพดี
- ฟื้นฟูดิน: ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น
- ป้องกันโรคพืช: มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค

ขี้ค้างคาวเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณค่าสูงและเป็นที่ต้องการของเกษตรกร หากนำมาใช้ประโยชน์อย่างถูกวิธี จะช่วยให้พืชผลเจริญเติบโตได้ดี มีผลผลิตสูง และมีคุณภาพดีขึ้น

มูลค้างคาว

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283