สารเร่งซุปเปอร์ พด.7
กรมพัฒนาที่ดิน
สารเร่งซุปเปอร์ พด.7 เป็นสารเร่งชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งมีจุลินทรีย์กลุ่ม ยีสต์ (Saccharomyces sp.) และ แบคทีเรีย (Gluconobacter sp. และ Lactobacillus sp.) เป็นส่วนประกอบสำคัญ และมีความสามารถในการนำไปใช้ หมักสมุนไพรเพื่อทำสารไล่แมลง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลไกการทำงานของ พด.7 ในการหมักสมุนไพรไล่แมลง:
- ยีสต์ (Saccharomyces sp.): ทำหน้าที่หลักในการผลิต แอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นตัวทำละลายที่ดีในการสกัดสารสำคัญที่มีฤทธิ์ไล่แมลงจากพืชสมุนไพรออกมา
- แบคทีเรียผลิตกรดอะซิติก (Gluconobacter sp.): ช่วยในการผลิต กรดอะซิติก (น้ำส้มสายชู) ซึ่งเป็นตัวทำละลายอีกชนิดหนึ่งที่สามารถสกัดน้ำมันหอมระเหยและสารออกฤทธิ์บางชนิดจากสมุนไพรได้
- แบคทีเรียผลิตกรดแลคติก (Lactobacillus sp.): มีบทบาทในการ ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือจุลินทรีย์ที่อาจทำให้เกิดการเน่าเสียในระหว่างกระบวนการหมัก ทำให้สามารถเก็บรักษาสารสกัดสมุนไพรไล่แมลงได้นานขึ้น
สรุปประโยชน์ของการใช้ พด.7 หมักสมุนไพรไล่แมลง:
- เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดสารออกฤทธิ์: จุลินทรีย์ใน พด.7 ช่วยให้การสกัดสารสำคัญจากสมุนไพรทำได้ดีขึ้น
- ได้สารไล่แมลงที่มีคุณภาพ: สารสกัดที่ได้จะมีประสิทธิภาพในการไล่แมลงศัตรูพืช
- เป็นวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ลดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการป้องกันและกำจัดแมลง
- เกษตรกรสามารถทำเองได้: เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ซับซ้อน เกษตรกรสามารถผลิตสารไล่แมลงใช้เองได้
สูตรน้ำหมักสมุนไพรด้วย พด.7 (แบบละเอียด)
เหมาะสำหรับใช้เป็น สารไล่แมลง ป้องกันโรคพืช และบำรุงพืช โดยใช้จุลินทรีย์ใน พด.7 เร่งการย่อยสลายสมุนไพรให้ได้สารออกฤทธิ์เร็วขึ้น
1. วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- สมุนไพร (เลือกตามต้องการ) เช่น
- ไล่แมลง: สะเดา ตะไคร้หอม ข่า หางไหล ดาวเรือง
- ป้องกันเชื้อรา: ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร สาบเสือ
- บำรุงพืช: ใบกระถิน ใบไมยราบ เปลือกผลไม้
- สารเร่ง พด.7 (1 ซอง)
- กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง (1 กิโลกรัม)
- น้ำสะอาด (20 ลิตร)
- ถังหมักมีฝาปิด (ควรมีวาล์วระบายแก๊ส)
2. วิธีทำน้ำหมักสมุนไพรด้วย พด.7
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมสมุนไพร
- สับหรือบดสมุนไพรให้ละเอียด (ยิ่งละเอียดยิ่งสกัดสารได้ดี)
- อัตราส่วน: สมุนไพร 3-5 กก. ต่อน้ำ 20 ลิตร
ขั้นตอนที่ 2: ละลายพด.7 และกากน้ำตาล
1. ผสม พด.7 1 ซอง + กากน้ำตาล 1 กก. + น้ำ 5 ลิตร
2. คนให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อกระตุ้นจุลินทรีย์
ขั้นตอนที่ 3: หมักสมุนไพร
1. ใส่สมุนไพรลงในถัง
2. เทน้ำผสมพด.7 และน้ำที่เหลือ (รวมทั้งหมด 20 ลิตร)
3. ปิดฝาไม่ต้องสนิท (หรือใช้ถังที่มีวาล์วระบายแก๊ส)
ขั้นตอนที่ 4: ดูแลระหว่างหมัก
- คนเบาๆ ทุก 2-3 วัน เพื่อป้องกันเชื้อรา
- หมักในที่ร่ม 7-14 วัน (สังเกตว่ามีฟองแก๊สและกลิ่นหอมสมุนไพรแสดงว่าพร้อมใช้)
ขั้นตอนที่ 5: กรองและเก็บรักษา
- กรองเอาแต่น้ำใส่ขวดปิดฝาเก็บในที่ร่ม
- ใช้ได้นาน 1-2 เดือน
3. วิธีใช้และอัตราส่วนผสม
| ประโยชน์ | อัตราส่วน (น้ำหมัก:น้ำ) | ความถี่การใช้ |
|-|-|--|
| ไล่แมลง (เพลี้ย, หนอน) | 1:50 (100 มล./น้ำ 5 ลิตร) | ฉีดทุก 5-7 วัน |
| ป้องกันเชื้อรา | 1:30 (150 มล./น้ำ 5 ลิตร) | ฉีดหลังฝนตก |
| บำรุงใบและราก | 1:100 (50 มล./น้ำ 5 ลิตร) | ใช้รดดินทุก 10 วัน |
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- ฉีดพ่นช่วง เช้าหรือเย็น เพื่อป้องกันแสงแดดเผาใบ
- หยุดใช้ก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน
4. สูตรน้ำหมักสมุนไพรเฉพาะทาง
สูตรไล่แมลงแบบเข้มข้น
- สะเดา (2 กก.) + ตะไคร้หอม (1 กก.) + ข่า (0.5 กก.)
- หมักกับพด.7 + กากน้ำตาล 14 วัน
สูตรบำรุงดิน
- ใบกระถิน (3 กก.) + เปลือกกล้วย (1 กก.)
- หมัก 7 วัน แล้วกรองใช้รดดิน
5. ข้อดีของการใช้ พด.7 หมักสมุนไพร
ย่อยสลายสมุนไพรได้เร็ว ได้สารออกฤทธิ์สูง
ช่วยดับกลิ่น ลดการเน่าเสียระหว่างหมัก
เพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ ในน้ำหมัก
ประหยัดค่าใช้จ่าย เทียบกับสารเคมี
ข้อควรระวัง
- อย่าใช้สมุนไพรที่มียางหรือสารพิษสูงเกินไป (เช่น ยี่โถ)
- หากน้ำหมักมีกลิ่นเหม็นมากหรือขึ้นรา ให้ทิ้งไป
การใช้ พด.7 ร่วมกับการหมักสมุนไพรจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับเกษตรกรที่ต้องการผลิตสารไล่แมลงแบบชีวภาพไว้ใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง
พด.7
PGS นครศรีธรรมราช
เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช
ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0816577283
