ธาตุอาหารพืช
ปรียบเสมือนอาหารที่พืชต้องการเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนา
ธาตุอาหารพืช เปรียบเสมือนอาหารที่พืชต้องการเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนา เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องการวิตามินและแร่ธาตุ พืชก็ต้องการธาตุอาหารเหล่านี้เพื่อสร้างเซลล์ใหม่ สังเคราะห์แสง และทำหน้าที่ต่างๆ ภายในร่างกาย

ธาตุอาหารพืชทำงานอย่างไร?
- ส่วนประกอบของเซลล์: ธาตุอาหารหลายชนิดเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์พืช เช่น ไนโตรเจนเป็นส่วนประกอบของโปรตีน ฟอสฟอรัสเป็นส่วนประกอบของดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ
- กระบวนการทางชีวเคมี: ธาตุอาหารมีบทบาทสำคัญในการเร่งปฏิกิริยาทางชีวเคมีต่างๆ ภายในเซลล์ เช่น การสังเคราะห์แสง การหายใจของเซลล์ และการสร้างฮอร์โมน
- การดูดซึมน้ำและธาตุอาหาร: รากพืชดูดซึมน้ำและธาตุอาหารจากดินผ่านขนราก โดยอาศัยพลังงานจากการหายใจของเซลล์
- การลำเลียง: ธาตุอาหารที่ดูดซึมได้จะถูกลำเลียงไปยังส่วนต่างๆ ของพืชผ่านท่อน้ำเลี้ยงและท่ออาหาร
- การสะสม: พืชสามารถสะสมธาตุอาหารบางชนิดไว้ในส่วนต่างๆ ของลำต้น ใบ ดอก และผล เพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลัง

ธาตุอาหารพืช มีความสำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช 
ธาตุอาหารหลักที่พืชได้รับจาก "อากาศและน้ำ" ได้แก่
1. คาร์บอน(C) ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของพืช เช่น แป้ง และ เซลลูโลส. พืชได้รับคาร์บอนมากจากการสังเคราะห์แสงโดยรับ คาร์บอนไดออกไซด์มาจากอากาศ และส่วนหนึ่งก็ถูกแปลงเป็นคาร์โบไฮเดรตสำหรับสะสมพลังงาน
2. ออกซิเจน(O) เป็นส่วนสำคัญสำหรับกระบวนการหายใจ. กระบวนการหายใจ สร้างสารให้พลังงาน ATP จากการใช้น้ำตาลที่ได้มาจากกระบวนการสังเคราะห์แสง พืชสร้างออกซิเจนขึ้นในกระบวนการสังเคราะห์แสงเพื่อที่จะสร้างน้ำตาล แต่พืชก็ใช้ออกซิเจนในการกระบวนการหายใจเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลเป็น ATP
3. ไฮโดรเจน(H) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างน้ำตาลและการเติบโตของพืช. พืชได้รับไฮโดรเจนส่วนใหญ่จากน้ำ

ส่วนอีก 14 ธาตุอาหาร พืชจะได้จาก "ดิน" แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
 ธาตุอาหารหลัก  เป็นธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการในปริมาณมาก ดังนั้น ในดินธรรมชาติ ธาตุทั้ง 3 มักมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการของพืช ส่งผลให้ในการผลิตปุ๋ยชนิดต่าง ๆ เพื่อการเกษตร มีธาตุทั้ง 3 เป็นแกนหลักในการเร่งผลผลิตและส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
1. ไนโตรเจน (N) คือ ธาตุที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะในการสร้างกรดอะมิโน (Amino Acids) กรดนิวคลีอิก (Nucleic Acids) โปรตีน และฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ รวมไปถึงการมีความเกี่ยวพันโดยตรงต่อกระบวนการสังเคราะห์แสง ซึ่งไนโตรเจนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ที่ทำให้พืชมีสีเขียว ในสภาวะขาดแคลน : สีของใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ขนาดของใบเล็กลง ลำต้นแคระแกร็น และมีผลผลิตต่ำ
2. ฟอสฟอรัส (P) คือ ธาตุอาหารที่กระตุ้นและเร่งการเจริญเติบโตของรากพืช เป็นธาตุที่ส่งผลต่อการควบคุมการออกดอก ออกผล และการสร้างเมล็ด อีกทั้ง ยังมีความสำคัญต่อกระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการสังเคราะห์แสง การกักเก็บและถ่ายโอนพลังงาน และกระบวนการหายใจของพืช ในสภาวะขาดแคลน : ระบบรากของพืชไม่สามารถเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ใบแก่จะมีการเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีม่วงแล้วกลายเป็นสีน้ำตาลและหลุดร่วง ลำต้นแคระแกร็น และไม่ผลิดอกออกผล
3. โพแทสเซียม (K) คือ ธาตุอาหารที่มีส่วนช่วยในการสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ส่งเสริมกระบวนการเคลื่อนย้ายน้ำตาล แป้ง และน้ำมัน รวมถึงประสิทธิภาพการใช้น้ำของพืชและการให้ผลผลิต อีกทั้ง ยังช่วยส่งเสริมพืชในการต้านทานโรคและแมลงบางชนิด ในสภาวะขาดแคลน : ลำต้นไม่แข็งแรง การเจริญของดอกและผลไม่สมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ โดยเฉพาะผลผลิตที่เน้นด้านรสชาติและสีสัน

ธาตุอาหารรอง  เป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการรองลงมาจากธาตุอาหารหลัก โดยทั่วไป ธาตุเหล่านี้ในดินธรรมชาติมักมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของพืช
ก็มีความสำคัญไม่แพ้กันในการช่วยซ่อมแซมและส่งเสริมให้พืชได้รับอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ ได้แก่
1. แคลเซียม (Ca) คือ ธาตุอาหารที่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของการเจริญเติบโตของพืช ซึ่งมีส่วนช่วยในการแบ่งเซลล์ การผสมเกสร การงอกของเมล็ด การเจริญของใบและราก ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของใบใหม่ที่ไม่สมบูรณ์ ตายอดไม่เจริญ อาจมีจุดดำที่เส้นใบ รากสั้น และให้ผลผลิตคุณภาพต่ำ
2. แมกนีเซียม (Mg) คือ ธาตุที่องค์ประกอบสำคัญของคลอโรฟิลล์ ช่วยสังเคราะห์กรดอะมิโน วิตามิน ไขมัน และน้ำตาล ทำให้สภาพกรดด่างในเซลล์เหมาะสมและช่วยส่งเสริมในการงอกของเมล็ด นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังมีส่วนส่งเสริมการดูดซึมและนำการฟอสฟอรัสมาใช้ประโยชน์อีกด้วย ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของใบไม่สมบูรณ์ ใบแก่จะเปลี่ยนสีและร่วงโรยในเวลาอันรวดเร็ว
3. กำมะถัน (S) คือ ธาตุที่องค์ประกอบสำคัญของกรดอะมิโน โปรตีน และวิตามินในพืช มีส่วนในการสร้างคลอโรฟิลล์และการผลิตเมล็ด นอกจากนี้ กำมะถันยังเป็นองค์ประกอบของสารระเหยที่สร้างกลิ่นเฉพาะตัวในพืชบางชนิดอีกด้วย ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของใบและลำต้นไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ลำต้นอ่อนแอ

 ธาตุอาหารเสริม  ที่พืชต้องการนำมาใช้ในปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่พืชยังต้องการ
1. โบรอน (B) คือ ธาตุที่ทำหน้าที่ช่วยให้พืชสามารถดูดซึมแคลเซียมและไนโตรเจนได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนช่วยในการออกดอกและการผสมเกสรของพืช นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลมาสู่ผล การเคลื่อนย้ายฮอร์โมน และการแบ่งเซลล์ของพืชอีกด้วย ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของตายอด การแตกกิ่งและการออกผลไม่สมบูรณ์ ลำต้นแคระแกร็น ลักษณะของใบจะอ่อนและบางลง
2.ทองแดง (Cu) คือ หนึ่งในธาตุที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างคลอโรฟิลล์ เป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาหรือตัวกระตุ้นในกระบวนการต่าง ๆ ของพืช เช่น กระบวนการหายใจ การทำงานของเอนไซม์ การสร้างอาหารและกระบวนการสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการผลิดอกออกผลของพืช ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของตายอดและลำต้นไม่สมบูรณ์ มีการเปลี่ยนสีของใบอ่อนเป็นสีเหลือง เส้นใบเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูขาวจาง ลักษณะใบเหี่ยวเฉาและร่วงโรยได้ง่าย
3. เหล็ก (Fe) คือ หนึ่งในธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงและการผลิตอาหารของพืช มีบทบาทในการกระตุ้นกระบวนการหายใจ และการเจริญเติบโตให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ในสภาวะขาดแคลน : ใบอ่อนมีสีขาวหรือเหลืองซีด ในขณะที่ใบที่เจริญแล้วไม่แสดงอาการเจ็บป่วย
4. แมงกานีส (Mn) คือ ธาตุอาหารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงและการทำงานของเอนไซม์ มีผลต่อการเจริญของใบ ดอกและการออกผล นอกจากนี้ แมงกานีสยังมีบทบาทในการควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำธาตุเหล็กและไนโตรเจนมาใช้ประโยชน์อีกด้วย ในสภาวะขาดแคลน : ใบอ่อนของพืชจะมีสีเหลืองและสีอ่อนจาง ในขณะที่เส้นใบยังคงมีเขียวสด ซึ่งส่งผลต่อการเหี่ยวเฉาและร่วงโรยของใบพืชในเวลาต่อมา
5. โมลิบดินัม (Mo) คือ ธาตุอาหารที่มีส่วนช่วยแบคทีเรียและจุลินทรีย์ในดินสำหรับการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนและการทำงานของไนโตรเจนในพืช อีกทั้ง ยังมีบทบาทในการสร้างคลอโรฟิลล์ และการเปลี่ยนรูปของสารประกอบฟอสฟอรัสอีกด้วย ในสภาวะขาดแคลน : ใบของพืชจะมีลักษณะโค้งงอหรือม้วนลง มีสีเหลืองส้มและสีอ่อนจาง มีจุดประขึ้นตามแผ่นใบ มีดอกและผลแคระแกร็น จากการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์
ุ6. คลอรีน(CI) มีหน้าที่ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารสำหรับพืช มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช 
7. สังกะสี(Zn) มีหน้าที่ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนออกซิน คลอโรฟิลล์และแป้ง ควบคุมการย่อยน้ำตาลของพืช
8. นิกเกิล(Ni) มีหน้าที่เป็นธาตุอาหารสำคัญต่อเอนไซม์ ทำหน้าที่ปลดปล่อยไนโตรเจน และยังช่วยในกระบวนการงอกของเมล็ดอีกด้วย
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าธาตุอาหารต่างๆ ล้วนมีหน้าที่สำคัญที่แตกต่างกัน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน จึงเป็นเหตุที่พืชขาดธาตุอาหารใดธาตุอาหารหนึ่งไปไม่ได้ 
เพราะจะส่งผลทำให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ผลผลิตไม่ดี หากเกิดการขาดธาตุอาหารมาก อาจก่อให้เกิดความผิดปกติจนส่งผลต่อการเจริญเติบโต

โดยปกติแล้วพืชต้องการอาหารในการเจริญเติบโตนอกเหนือจากน้ำเหมือนกับสิ่งมีชีวิตทั่ว ๆ ไป แต่อาหารที่พืชต้องการโดยปกติธาตุอาหารเหล่านี้จะมีเพียงพออยู่แล้วตามน้ำ อากาศ และดิน แต่ถ้าหากธาตุอาหารที่มาจากดินนั้นน้อยลงและพืชได้รับธาตุอาหารเหล่านั้นไม่พอจะทำให้พืชแสดงอาการต่างกันออกใบตามลำต้น ใบ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าต้องเพิ่มปริมาณธาตุอาหารอะไรให้พืช
อาการจากการขาดธาตุอาหาร
ไนโตรเจน ( N ) พืชโตช้า ใบแก่มีสีเหลือง เป็นรอยไหม้ตามขอบใบ
ฟอสฟอรัส ( P ) พืชต้นแคระ รากสั้น ใบมีสีม่วงตามขอบ ไม่ออกดอก
โพแทสเซียม ( K ) พืชเหี่ยว แคระแกร็น เส้นใบมีจุดสีน้ำตาล ใบแก่เป็นสีเหลือง และเกิดรอยไหม้ตรงขอบ
แมกนีเซียม ( Mg ) ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แต่เส้นใบจะเขียว ขอบใบงอเข้าหากัน
สังกะสี ( Zn ) ใบมีสีเหลือง อาจพบใบเล็กเป็นกระจุก เรียกว่า พุ่มแจ้
โมลิบดีนัม ( Mo ) ใบสีจางผิดปกติ
ทองแดง ( Cu ) ใบแตกใหม่จะเล็กและเรียวยาว ขอบใบโค้งขึ้น ปลายใบม้วนงอ
แมงกานีส ( Mn ) ใบอ่อนสีเหลืองระหว่างเส้นใบ หรือเป็นจุดสีขาวระหว่างเส้นใย
เหล็ก ( Fe ) ใบอ่อนของพืชจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เกิดการตายจากปลายยอด
กำมะถัน ( S ) ใบอ่อนของพืชเป็นสีเหลืองซีดและมีขนาดเล็กลง ยอดพืชหยุดการเจริญเติบโต
แคลเซียม ( Ca ) ใบอ่อนปิด ขอบใบเหลือง ตาและยอดแห้งตาย
โบรอน ( B ) ใบมีขนาดเล็ก รูปทรงผิดปกติ ยอดใหม่ตาย
จะเห็นว่า อาการที่เกิดจากการขาดธาตุอาหารบางอย่างจะมีลักษณะคล้าย ๆ กัน ทำให้แยกอาการจากกันได้ค่อนข้างยากหากไม่สังเกตุดี ๆ เราจึงควรให้ธาตุอาหารกับพืชให้ครบถ้วนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งทางดินและทางราก

กระบวนการสังเคราะห์แสง

เอกสารประกอบ

วัฎจักรธาตุอาหารพืช - biogeochemical_cycle_HO58.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283