ดินเค็ม : ดินเป็นด่าง
ดินเค็มเป็นดินที่มีปริมาณเกลือละลายน้ำสูง
ดินเค็มเป็นดินที่มีปริมาณเกลือละลายน้ำสูง (เช่น โซเดียมคลอไรด์, แมกนีเซียมซัลเฟต) ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและสมดุลของแร่ธาตุในดิน ดินเค็มมักพบในพื้นที่แห้งแล้งหรือพื้นที่ที่มีการจัดการน้ำไม่ดี

 1. สาเหตุของดินเค็ม
ดินเค็มเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์:
 1.1 ปัจจัยทางธรรมชาติ
- การระเหยของน้ำ: ในพื้นที่แห้งแล้ง น้ำที่ระเหยออกไปทิ้งไว้ซึ่งเกลือบนผิวดิน
- การรุกล้ำของน้ำทะเล: ในพื้นที่ชายฝั่ง น้ำทะเลสามารถรุกล้ำเข้ามาในดินและทำให้ดินเค็ม
- การสลายตัวของหินและแร่ธาตุ: หินและแร่ธาตุบางชนิดเมื่อสลายตัวจะปล่อยเกลือออกมา
 1.2 ปัจจัยจากกิจกรรมมนุษย์
- การใช้น้ำชลประทานที่มีเกลือสูง: การใช้น้ำที่มีเกลือละลายน้ำสูงในการชลประทานทำให้เกลือสะสมในดิน
- การระบายน้ำไม่ดี: การระบายน้ำที่ไม่ดีทำให้เกลือไม่ถูกชะล้างออกไป
- การใช้ปุ๋ยเคมี: ปุ๋ยเคมีบางชนิดมีเกลือเป็นส่วนประกอบ ซึ่งสามารถสะสมในดินได้

 2. ผลกระทบของดินเค็ม
ดินเค็มส่งผลต่อทั้งพืชและสมดุลของดิน ดังนี้:

 2.1 ผลกระทบต่อพืช
- การขาดน้ำ: เกลือในดินทำให้ความดันออสโมติกสูงขึ้น ทำให้พืชดูดซึมน้ำได้ยาก
- การขาดแร่ธาตุ: เกลือในดินสามารถยับยั้งการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญเช่น โพแทสเซียม (K) และแคลเซียม (Ca)
- ความเป็นพิษของเกลือ: เกลือบางชนิดเช่น โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) สามารถเป็นพิษต่อพืชเมื่อสะสมในปริมาณสูง
 2.2 ผลกระทบต่อดิน
- โครงสร้างดินเสื่อมโทรม: เกลือในดินสามารถทำลายโครงสร้างดิน ทำให้ดินแน่นและแข็ง
- การสูญเสียความอุดมสมบูรณ์: ดินเค็มทำให้แร่ธาตุสำคัญถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ดินขาดสารอาหาร

 3. การแก้ไขดินเค็ม
การแก้ไขดินเค็มต้องลดปริมาณเกลือในดินและปรับปรุงโครงสร้างดิน วิธีการแก้ไขมีดังนี้:
 3.1 การล้างดิน (Leaching)
- วิธีการ: ใช้น้ำจืดปริมาณมากชะล้างเกลือออกจากดิน
- ข้อควรระวัง: ต้องมีการระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกลือกลับมาสะสมอีก
 3.2 การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
- ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก: ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและปรับปรุงโครงสร้างดิน
- ปุ๋ยพืชสด: การปลูกพืชเช่น ถั่วแล้วไถกลบลงดิน ช่วยเพิ่มไนโตรเจนและปรับสภาพดิน
 3.3 การเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยเคมีที่มีเกลือสูง
- ใช้ปุ๋ยที่ช่วยปรับสภาพดิน เช่น ปุ๋ยโพแทสเซียมคาร์บอเนต
 3.4 การปลูกพืชทนเค็ม
- ปลูกพืชที่ทนต่อสภาพดินเค็ม เช่น ข้าวฟ่าง, บางสายพันธุ์ของข้าว, หรือพืชทะเล
 3.5 การจัดการน้ำ
- ควบคุมการระบายน้ำเพื่อป้องกันการสะสมของเกลือ
- ใช้น้ำชลประทานที่มีเกลือต่ำ

 4. การป้องกันดินเค็ม
- หมุนเวียนพืชปลูก: ปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดการสูญเสียแร่ธาตุ
- เพิ่มอินทรียวัตถุ: ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเป็นประจำ
- ตรวจสอบค่า EC (Electrical Conductivity) ของดิน: ตรวจสอบค่า EC เป็นระยะและปรับปรุงดินเมื่อจำเป็น

ดินเค็มเกิดจากทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้พืชขาดน้ำและแร่ธาตุ และดินเสื่อมโทรม การแก้ไขดินเค็มต้องล้างเกลือออกจากดินและปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์และการจัดการน้ำที่เหมาะสม การป้องกันดินเค็มทำได้โดยการหมุนเวียนพืชปลูกและเพิ่มอินทรียวัตถุในดินอย่างสม่ำเสมอ
เอกสารประกอบ

ดินเค็ม - salinesoil.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283