ดินเปรี้ยว : ดินเป็นกรด
ดินที่มีค่า pH ต่ำมาก (มักอยู่ระหว่าง 3.0-5.5)
ดินเปรี้ยวเป็นดินที่มีค่า pH ต่ำมาก (มักอยู่ระหว่าง 3.0-5.5) และมีสารพิษเช่น อลูมิเนียม (Al) และเหล็ก (Fe) ในปริมาณสูง ซึ่งส่งผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยทั่วไป ดินเปรี้ยวพบมากในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือพื้นที่ที่มีการระบายน้ำไม่ดี เช่น พื้นที่พรุหรือที่ลุ่มน้ำขัง

 1. สาเหตุของดินเปรี้ยว
ดินเปรี้ยวเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ทั้งทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์:
 1.1 ปัจจัยทางธรรมชาติ
- การสะสมของสารประกอบกำมะถัน: ในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือดินพรุ มักมีสารประกอบกำมะถันเช่น ไพไรต์ (FeS₂) สะสมอยู่ เมื่อดินแห้งหรือถูกระบายน้ำ ไพไรต์จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำ เกิดเป็นกรดซัลฟิวริก (H₂SO₄) ซึ่งทำให้ดินมีสภาพเป็นกรดจัด
- การสลายตัวของอินทรียวัตถุ: ในสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจน การสลายตัวของอินทรียวัตถุจะผลิตกรดอินทรีย์และก๊าซมีเทน ซึ่งทำให้ดินเป็นกรด
 1.2 ปัจจัยจากกิจกรรมมนุษย์
- การระบายน้ำในพื้นที่พรุ: การระบายน้ำเพื่อการเกษตรหรือการพัฒนาที่ดิน ทำให้ไพไรต์ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและเกิดกรด
- การใช้ปุ๋ยเคมี: ปุ๋ยไนโตรเจนบางชนิด เช่น แอมโมเนียมซัลเฟต ทำให้ดินเป็นกรดเมื่อถูกย่อยสลาย
- การตัดไม้ทำลายป่า: การลดลงของพืชปกคลุมดินทำให้เกิดการชะล้างแร่ธาตุและเพิ่มความเป็นกรด

 2. ผลกระทบของดินเปรี้ยว
ดินเปรี้ยวส่งผลต่อทั้งพืชและสมดุลของดิน ดังนี้:

 2.1 ผลกระทบต่อพืช
- การขาดแร่ธาตุสำคัญ: ในดินเปรี้ยว แร่ธาตุเช่น แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), และฟอสฟอรัส (P) จะถูกตรึงไว้ในดิน ทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมไปใช้ได้
- การปลดปล่อยสารพิษ: ดินเปรี้ยวทำให้อลูมิเนียม (Al) และเหล็ก (Fe) ละลายออกมาในปริมาณมาก ซึ่งเป็นพิษต่อรากพืชและยับยั้งการเจริญเติบโต
- การลดลงของจุลินทรีย์ในดิน: จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดิน เช่น แบคทีเรียที่ช่วยย่อยสลายอินทรียวัตถุ จะทำงานได้ไม่ดีในสภาพดินเปรี้ยว

 2.2 ผลกระทบต่อดิน
- โครงสร้างดินเสื่อมโทรม: ดินเปรี้ยวมักมีโครงสร้างที่แน่นและแข็ง ทำให้การระบายน้ำและอากาศไม่ดี
- การสูญเสียความอุดมสมบูรณ์: ดินเปรี้ยวทำให้แร่ธาตุสำคัญถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ดินขาดสารอาหาร



 3. การแก้ไขดินเปรี้ยว
การแก้ไขดินเปรี้ยวต้องปรับค่า pH ของดินให้สูงขึ้นและลดปริมาณสารพิษในดิน วิธีการแก้ไขมีดังนี้:

 3.1 การใช้ปูนขาว (Lime)
- ปูนขาว (เช่น หินปูนบด หรือแคลเซียมคาร์บอเนต) เป็นวิธีที่นิยมใช้เพื่อเพิ่มค่า pH ของดิน
- วิธีการใช้: หว่านปูนขาวลงบนดินแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับดินชั้นบน (ประมาณ 15-20 ซม.)
- ปริมาณการใช้: ขึ้นอยู่กับค่า pH ปัจจุบันและชนิดของดิน โดยทั่วไปใช้ประมาณ 1-2 ตันต่อไร่

 3.2 การใช้ปุ๋ยอินทรีย์
- ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก: ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและปรับปรุงโครงสร้างดิน
- ปุ๋ยพืชสด: การปลูกพืชเช่น ถั่วแล้วไถกลบลงดิน ช่วยเพิ่มไนโตรเจนและปรับสภาพดิน

 3.3 การเลือกใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนที่ทำให้ดินเป็นกรด เช่น แอมโมเนียมซัลเฟต
- ใช้ปุ๋ยที่ช่วยปรับสภาพดิน เช่น ปุ๋ยโพแทสเซียมคาร์บอเนต

 3.4 การปลูกพืชทนกรด
- ปลูกพืชที่ทนต่อสภาพดินเปรี้ยว เช่น สับปะรด มันสำปะหลัง หรือข้าวบางสายพันธุ์
 3.5 การจัดการน้ำ
- ควบคุมการระบายน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างแร่ธาตุ
- ใช้น้ำชลประทานที่มีค่า pH เป็นกลางเพื่อช่วยปรับสภาพดิน





 4. การป้องกันดินเปรี้ยว
- หมุนเวียนพืชปลูก: ปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดการสูญเสียแร่ธาตุ
- เพิ่มอินทรียวัตถุ: ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเป็นประจำ
- ตรวจสอบค่า pH ของดิน: ตรวจสอบค่า pH เป็นระยะและปรับปรุงดินเมื่อจำเป็น

ดินเปรี้ยวเกิดจากทั้งปัจจัยทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ส่งผลให้พืชขาดแร่ธาตุและดินเสื่อมโทรม การแก้ไขดินเปรี้ยวต้องใช้ปูนขาวเพื่อปรับค่า pH และเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น พร้อมทั้งปรับปรุงโครงสร้างดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์และการจัดการน้ำที่เหมาะสม การป้องกันดินเปรี้ยวทำได้โดยการหมุนเวียนพืชปลูกและเพิ่มอินทรียวัตถุในดินอย่างสม่ำเสมอ
เอกสารประกอบ

ดินเปรี้ยว - acidsoil.pdf

ผลกระทบจากดินเปรี้ยว - acidsoilpd.pdf

PGS นครศรีธรรมราช
ศูนย์เรียนรู้

เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช

รายละเอียด >>

  • ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
  • โทร : 0816577283