ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
แนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ปรัชญานี้เน้นการพึ่งพาตนเอง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
หลักการสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
1. ความพอประมาณ หมายถึง การดำเนินชีวิตอย่างสมดุล ไม่ฟุ่มเฟือยหรือตึงเกินไป รู้จักประมาณตนตามฐานะและศักยภาพของตนเอง
การดำรงชีวิตให้เหมาะสม ซึ่งเราควรจะมีความพอประมาณทั้งการหารายได้ และพอประมาณในการใช้จ่าย ความพอประมาณในการหารายได้ คือ ทำงานหารายได้ด้วยช่องทางสุจริต ทำงานให้เต็มความสามารถ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ส่วนความพอประมาณในการใช้จ่าย หมายถึง การใช้จ่ายให้เหมาะกับฐานะความเป็นอยู่ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือใช้จ่ายเกินตัว และในขณะเดียวกัน ก็ใช้จ่ายในการดูแลตนเอง และครอบครัวอย่างเหมาะสม ไม่อยู่อย่างลำบาก และฝืดเคืองจนเกินไป
2. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจและดำเนินการต่าง ๆ อย่างรอบคอบ มีการวิเคราะห์และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยคำนึงถึงผลที่ตามมา
ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ หรือการดำรงชีวิตประจำวัน เราจำเป็นต้องมีการตัดสินใจตลอดเวลา ซึ่งการตัดสินใจที่ดี ควรตั้งอยู่บนการไตร่ตรองถึงเหตุ รวมทั้งคำนึงถึงผลที่อาจตามมาจากการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ตัดสินใจตามอารมณ์ หรือจากสิ่งที่คนอื่นบอกมาโดยปราศจากการวิเคราะห์
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง การเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงหรือการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยการสร้างความมั่นคงในชีวิตและเศรษฐกิจ
การเตรียมตัวให้พร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลง ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ทั้งสภาพลม ฟ้า อากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตร การเปลี่ยนแปลงในบริษัทคู่ค้า การเลิกจ้างพนักงานในบริษัทใหญ่ หรือแม้แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศที่มีผลต่อการลงทุน เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะดำรงอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง และตั้งอยู่ในความไม่ประมาทอยู่เสมอ เช่น เตรียมแผนสำรองสำหรับแต่ละสถานการณ์ การมีรายได้หลายทางเพื่อลดความเสี่ยงในวันที่ถูกเลิกจ้าง หรือการกระจายความเสี่ยงในการลงทุน
บน 2 เงื่อนไข
1. ความรู้ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความรอบคอบในการดำเนินชีวิต
2. คุณธรรม ต้องมีจิตสำนึกที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบต่อสังคม
ความรู้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่เหมาะสม เช่น ความรู้ในการประกอบวิชาชีพช่วยให้ธุรกิจและการงานเจริญก้าวหน้า หรือความรู้ในการลงทุนช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้นักลงทุน ทั้งนี้ ความรู้และประสบการณ์ จะช่วยทำให้เราตัดสินใจได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล ถึงแม้ว่า พื้นฐานความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอาจทำให้เหตุผลของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่หากทุกคนยึดมั่นอยู่ในหลักคุณธรรม ก็จะทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปอย่างสงบสุข
การนำไปใช้
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และประเทศ โดยเน้นการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างความเข้มแข็งจากภายในก่อนที่จะขยายออกไปภายนอก
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไปสู่เป้าหมายของการสร้างความมั่นคงในทางเศรษฐกิจได้ เช่น โดยพื้นฐานแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เศรษฐกิจของประเทศจึงควรเน้นที่เศรษฐกิจการเกษตร เน้นความมั่นคงทางอาหาร เป็นการสร้างความมั่นคงให้เป็นระบบเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง จึงเป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยลดความเสี่ยง หรือความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้
เศรษฐกิจพอเพียง สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ทุกสาขา ทุกภาคของเศรษฐกิจ ไม่จำเป็นจะต้องจำกัดเฉพาะแต่ภาคการเกษตร หรือภาคชนบท แม้แต่ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่เพียงแต่เป็นแนวทางสำหรับประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักการที่สามารถนำไปปรับใช้ในระดับสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อีกด้วย
เศรษฐกิจพอเพียง
เอกสารประกอบ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการบริหารการพัฒนา - porpaeng_yellowbook.pdf
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง - ph_porpeang.pdf
PGS นครศรีธรรมราช
เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ PGS นครศรีธรรมราช ขับเคลื่อนโดย สมาคมอาหารธรรมชาติยั่งยืน นครศรีธรรมราช
ที่อยู่ : ตำบลควนกลาง อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร : 0816577283
